KGEN ปักหมุดโตหมื่นล. จองอีวีทะลุ 7 พันคัน

#KGEN #ทันหุ้น – KGEN รับแรงหนุน EV ดันดีมานด์รถตู้ไฟฟ้า FARIZON พุ่ง โชว์ยอดจอง 5 แบรนด์ในมอเตอร์โชว์ 7 วันแรกทะลุ 6,838 คัน ส่งซิก Q2/2569 รายได้เข้าชัดเจน ชี้จังหวะเข้าสู่ช่วงขาขึ้นแบบ J-Curve เตรียมเทกออฟเต็มกำลัง
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยว่า ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ได้รับเกียรติจาก ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมบูธรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทและพันธมิตร โดยให้ความสนใจรถตู้ไฟฟ้า FARIZON ภายใต้ค่าย GEELY ซึ่ง KGEN เป็นผู้ได้รับสิทธิทำตลาดและจัดจำหน่ายในประเทศไทย
ยอดจองล้น
พร้อมกันนี้ บริษัทได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ CHERY ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากประเทศจีน ในการจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย สำหรับภาพรวมภายในงานปีนี้ รถยนต์ไฟฟ้าได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก โดยยอดจองในช่วง 7 วันแรก (23–29 มี.ค. 2569) จาก 5 แบรนด์ที่ KGEN ร่วมดำเนินธุรกิจ มียอดรวมทั้งสิ้น 6,838 คัน แบ่งเป็น OMODA & JAECOO จำนวน 3,984 คัน CHERY จำนวน 2,588 คัน ARIZON จำนวน 266 คัน สะท้อนถึงการยอมรับของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทมองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ เป็นปัจจัยเร่งให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการตัดสินใจใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ “มนตรี (Montri)” ในเครือ KGEN ซึ่งมีรถตู้ให้บริการกว่า 600 คัน มีแผนทยอยเปลี่ยนเป็นรถตู้ไฟฟ้า FARIZON ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มโรงเรียนนานาชาติที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด และลดต้นทุนเชื้อเพลิง
ด้านโครงสร้างองค์กร บริษัทได้ปรับกลยุทธ์บริหารใหม่ ลดธุรกิจที่ขาดทุน และโฟกัสธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและรถขนส่งนักเรียนเป็นหลัก พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเข้ามาเสริมทีม รวมถึงปรับโครงสร้างทางการเงินจนสามารถล้างขาดทุนสะสมได้สำเร็จ ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ประกาศปลดเครื่องหมาย CB ของ KGEN แล้ว สะท้อนถึงการฟื้นตัวและความแข็งแกร่งทางธุรกิจ
สำหรับโครงการโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับ CHERY โดย KGEN ถือหุ้น 60% มีกำลังการผลิตเฟสแรก 50,000 คันต่อปี เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2569 โรงงานดังกล่าวถูกวางให้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าตลาดในประเทศ ส่งผลให้บริษัทมั่นใจว่า ภายหลังเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/2569 รายได้จะก้าวกระโดดจากระดับ “หลักร้อยล้านบาท” สู่ “หลักหมื่นล้านบาท” ต่อปี
โตก้าวกระโดด
นายคณิสสร์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วง J-Curve Investment Phase หรือช่วงลงทุนหนักเพื่อวางฐานการเติบโต โดยรายได้ในไตรมาส 2/2569 จะเริ่มทยอยรับรู้จากการลงทุนและการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน แนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อความต้องการรถตู้ไฟฟ้า FARIZON ในภาคธุรกิจ ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายอุตสาหกรรม
รวมถึงสัญญาณตอบรับจากลูกค้าในงานมอเตอร์โชว์ และกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่อยู่ระหว่างการเจรจา ล้วนสะท้อนว่าบริษัทอยู่ในจังหวะการเติบโตที่เหมาะสม นอกจากนี้ แผนการผลิตในระยะต่อไป บริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตปีนี้ไว้ที่ 26,000–30,000 คัน และเพิ่มเป็น 50,000 คันในปีหน้า (ปี 2570) ขณะที่ยอดจองรถในงานมอเตอร์โชว์ มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 68% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของผู้บริโภคสู่ EV อย่างชัดเจน
โดยภาพรวมบริษัทมองว่า ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วง “จุดต่ำสุดของวัฏจักร” และกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดดในระยะถัดไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
