รีเซต

ERW ปรับเกมกลุ่มลูกค้า เร่งเปิด Hop Inn คลุมเอเชีย

ERW ปรับเกมกลุ่มลูกค้า เร่งเปิด Hop Inn คลุมเอเชีย
ทันหุ้น
3 เมษายน 2569 ( 02:45 )
2

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์สงครามช่วงปลายไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราการจองล่วงหน้า (New Booking) สำหรับโรงแรมระดับ Luxury และ Midscale เติบโตในอัตราที่ช้าลง แต่ถูกชดเชยด้วยสัดส่วนการขยายเวลาพักต่อของแขกชุดเดิม ขณะเดียวกันอัตราการเข้าพักของแบรนด์ “Hop Inn” ยังทรงตัวแข็งแกร่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

บริษัทจึงปรับกลยุทธ์การตลาดรุกเข้าสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-Haul) รวมถึงกลุ่มที่ต้องการเข้ามาพักอาศัยระยะยาวมากขึ้น   ควบคู่กับการลงทุนขยายธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด “Hop Inn” ตามแผนการดำเนินงานปี 2569 โดยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวโรงแรมฮอป อินน์ โซล เมียงดง (HOP INN Seoul Myeongdong)  แนวรถไฟฟ้าใต้ดินใจกลางกรุงโซล  ประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงการเปิดในไทยอีก 8 แห่งส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2569 จะมีแบรนด์ “Hop Inn” ราว 90 แห่งทั้งใน - ต่างประเทศ

ส่งผลให้รายได้จาก Hop Inn มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นแตะราว 30-32% ของรายได้รวม จาก ณ สิ้นปี 2568 ที่ราว 26% ของรายได้รวมปีก่อน และมีแนวโน้มเพิ่มอีกจากการเร่งเปิดสาขา ส่งผลเชิงโครงสร้างต่อพอร์ต โดยสัดส่วนโรงแรมระดับ Luxury และ Midscale มีโอกาสปรับลดลงตามการเติบโตของกลุ่ม Hop Inn

อย่างไรก็ดี ภาพรวมธุรกิจยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกบริษัทจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมคาดหวังรัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นจิตวิทยาการใช้จ่าย – การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศออกมาในช่วงไตรมาส 3/2569 จึงยังคงเป้ารายได้โต 9% YoY โดยกลุ่มโรงแรมระดับ Luxury และ Midscale เติบโต 7% และ Hop Inn เติบโตราว  14%

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์อัตราเข้าพักงวดไตรมาส 1/2569 ของ ERW ที่ระดับ 80-85% ใกล้เคียงงวดไตรมาส 1/2568 ที่เป็นไฮซีซันดังนั้นแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1/2569 คาดทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาส 4/2568 และเติบโต YoY ต่อเนื่องจากการควบคุมต้นต้นทุนที่ดีขึ้น

สำหรับช่วงไตรมาส 2/2569 ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในกรอบจำกัด เนื่องจากลูกค้าไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง – ยุโรป  ลูกค้าส่วนใหญ่ของ ERW เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลประกอบการมีโอกาสปรับตัวได้ดี ขณะที่แบรนด์ Hop Inn ยังคงสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ทำให้ราคาห้องพักและรายได้ไม่ผันผวนตามฤดูกาล (Low/High Season) เหมือนโรงแรมระดับไฮสเกล

ปัจจุบันแบรนด์ Hop Inn ในไทยสามารถขยายจนครอบคลุมเมืองหลักและเมืองรองเกือบทั้งหมดแล้ว บริษัทจึงกำลังรุกเข้าสู่เฟสการขยายสาขาไปต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ซึ่งถือว่ามีศักยภาพกว่าผู้เล่นรายใหม่ เบื้องต้นจึงประมาณการกำไรกำไรปี 2569 ที่ 980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY พร้อมแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 3.90 บาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง