รีเซต

ทรัมป์จะไปต่ออย่างไร หากชาติพันธมิตร ไม่ร่วมวงสงครามอิหร่านด้วย

ทรัมป์จะไปต่ออย่างไร หากชาติพันธมิตร ไม่ร่วมวงสงครามอิหร่านด้วย
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 11:31 )

“เราไม่จำเป็นต้องการความช่วยเหลือในศึกนี้” นี่เป็นคำพูดก่อนหน้านี้ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน 


แต่ดูเหมือนตอนนี้ ความคิดนั้น จะได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว เมื่อเขาเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรร่วมปฏิบัติการทหารนี้


อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความไม่พอใจ เมื่อบรรดาชาติพันธมิตรหลายประเทศ กลับปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้ โดยเฉพาะภารกิจเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ จนทรัมป์ต้องละทิ้งความพยายามดังกล่าว 


คำถามสำคัญ คือ แล้วสหรัฐฯ จะเดินหน้าอย่างไรต่อ หากพันธมิตรไม่เข้าร่วมวงสงครามนี้ 

ประการที่ 1: สหรัฐฯ อาจเดินหน้าปฏิบัติการเพียงลำพัง


บทความวิเคราะห์จาก The Guardian ชี้ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มต้นสงครามกับอิหร่านด้วยการโจมตีที่ผิดกฎหมาย จนคร่าชีวิตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และอิหร่านเองก็ตอบโต้ด้วยยุทธศาสตร์ระยะยาว เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลก


ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ จึงเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรหันมาร่วมรบด้วย แต่ดูเหมือนหลายประเทศยังคงลังเล เพราะหากต้องส่งกองเรือรบของตนเข้าร่วม เท่ากับว่า พวกเขาอาจถลำลึกอยู่ในสงครามที่ไม่ชอบธรรมได้ นอกจากนี้ ยังมีเสียงของชาวยุโรปส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วย หากต้องส่งทหารของตนเข้าสู่สงครามที่สหรัฐฯ เป็นคนก่อ 


เมื่อเป็นเช่นนั้น สหรัฐฯ ก็จะต้องเดินหน้ารักษาช่องแคบเพียงลำพัง ยิ่งตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวของอเมริกาบนสงครามนี้ หากสงครามยืดเยื้อ สหรัฐฯ ก็ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล

ประการที่ 2: ทรัมป์อาจใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันพันธมิตร


เลนด์ โอโดเนล นักเขียน และนักข่าวสงคราม ให้สัมภาษณ์กับ WION ว่า หากดูจากพฤติกรรมตลอด 1 ปีในสมัยที่ 2 ของทรัมป์ จะพบว่า เขามีแนวโน้มที่จะใช้อำนาจตอบโต้กลับอย่างรุนแรงต่อประเทศ หรือ รัฐบาลใดที่ไม่ทำตามคำเรียกร้องของเขา ด้วยการขึ้นอัตราภาษีสูงลิ่ว ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ 2 ฝ่าย และในตอนนี้ ทุกฝ่ายต่างก็ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ยิ่งเปราะบางมากขึ้น


ประการที่ 3: กดดันจีนให้มีบทบาทมากขึ้น


ทรัมป์ไม่ได้ส่งคำเตือนไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกนาโตเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกดดันไปยังจีน ให้เข้าร่วมปฏิบัติการเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย โดยทรัมป์ขู่ว่าจะเลื่อนการประชุมสุดยอดกับจีนที่มีกำหนดการในปลายเดือนนี้ออกไปก่อน เสมือนเป็นสัญญาณนัย ๆ ว่า เขาต้องการทราบการตัดสินใจของประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีนก่อน ว่าจะช่วยดูแลช่องแคบหรือไม่ เพราะจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียมากกว่าสหรัฐฯ

 

ทรัมป์ ก็เคยย้ำว่า มันเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วที่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากช่องแคบนี้ จะต้องช่วยกันดูแล เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นที่นั่น


ท้ายสุด สถานการณ์นี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นแตกหักเพียงใด พลเรือโท มาร์ค นอร์แมน นักวิชาการจาก Canadian Global Affairs Institute ให้สัมภาษณ์กับ CBC News ว่า ในทางการเมืองแล้ว การที่สหรัฐฯ เป็นคนสร้างปัญหา, ดูถูกชาติพันธมิตร แล้วคาดหวังให้พวกเขา ช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหานั้น เป็นความคิดที่ไร้สาระ หรือ ไม่สมเหตุสมผล 


ในมุมมองทหาร เรื่องนี้ควรเป็นสิ่งที่ควรทราบอยู่แล้วตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน หากใครยังอ้างว่านี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ ก็อาจหมายถึงว่า เขาไม่ได้เข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง หรือไม่ได้ให้ความสนใจอย่างเพียงพอ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


https://www.theguardian.com/commentisfree/2026/mar/16/the-guardian-view-on-trumps-war-with-iran-if-the-us-is-winning-why-ask-nato-for-help

https://youtu.be/VOO6D9LeXkU?list=TLGGGfGBIbUkzKExODAzMjAyNg

https://youtu.be/wqm8BW3QN3c

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง