รีเซต

จากนโยบายหาเสียง พรรคภูมิใจไทย สู่บทพิสูจน์และโจทย์ใหญ่ท้าทายรัฐบาล “อนุทิน”

จากนโยบายหาเสียง พรรคภูมิใจไทย สู่บทพิสูจน์และโจทย์ใหญ่ท้าทายรัฐบาล “อนุทิน”
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 09:14 )
8

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จากสมาชิกผู้ลงคะแนนทั้งหมด 498 คน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง 293 เสียง 

ทั้งนี้ ก่อนการลงมติ นายอนุทิน ได้ลุกขึ้นอภิปราย พร้อมระบุว่า ขอให้คำยืนยันต่อพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่าตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานร่วมกันอย่างสุดกำลังความสามารถกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยอันที่รักของเราและต่อพี่น้องประชาชน 

หากย้อนกลับไปดูนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เมื่อช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง 2569 พบว่า มีหลายนโยบายที่สานต่อมาจาก “ครม. อนุทิน 1” เนื่องจากได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชน 

ดังนั้น นโยบายต่างๆ เหล่านี้ คาดว่าจะเป็นนโยบายที่รัฐบาลชุดใหม่ โดยมีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำรัฐบาล จะเดินหน้าเร่งผลักดันหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ โดยสรุปได้ดังนี้

ภาพจาก Thai News Pix

นโยบาย พรรคภูมิใจไทย เมื่อช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง 2569 

คนละครึ่งพลัส

การขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win กระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” โดยได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ สร้างเงินหมุนเวียนไทยในระบบเศรษฐกิจ 

สร้างกำแพง ป้องกัน

จากปัญหาความั่นคง ตามแนวชายแดน ทั้งเรื่องการบุกรุกดินแดน การลักลอบขนสินค้าเกษตร ลักลอบขนยาเสพติด แรงงานเถื่อน สิ่งของผิดกฎหมาย ที่เป็นช่องโหว่เซาะกร่อน บ่อนทำลายประเทศไทย มาเป็นเวลายาวนาน 

พรรคภูมิใจไทย นำเสนอนโยบาย “สร้างกำแพง” เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะภัยทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งการลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ สินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามากดราคาพืชผลทางการเกษตรไทย แรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติด เครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนสีเทา ประเทศไทยไม่เอาสิ่งเหล่านี้ และจำเป็นต้องมีกำแพงที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตย เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน 

จักรยานยนต์ไฟฟ้า

ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว คมนาคมสีเขียว พรรคภูมิใจไทย นำเสนอ “โครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่จะให้ประชาชนผ่อนเพียงเดือนละ 300 บาท 60 งวด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ถือเป็นการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาไม่แพง เป็นการลดรายจ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน 

เรียนฟรีต้องมีจริง

แม้ประเทศไทยจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่ยังไม่ใช่การเรียนฟรีที่แท้จริง อีกทั้งความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังคงปรากฎให้เห็นอยู่ และพบว่ามีเด็กกว่า 1 ล้านคน ถูกผลักออกจากระบบการศึกษา พรรคภูมิใจไทยจึงเสนอนโยบาย “การศึกษาเท่าเทียม พลัส” ที่จะทำให้การเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการดำเนินมาตรการสำคัญ 

ค่าไฟต่ำ 3 บาท

ราคาพลังงาน โดยเฉพาะไฟฟ้า ถือเป็นรายจ่ายสำคัญสำหรับครอบครัวคนไทยทั่วประเทศกว่า 29 ล้านครัวเรือน ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว  พลัส สู่ Net Zero 2050 ของพรรคภูมิใจไทย มีมาตรการจะดำเนินการโดย พลังงานสีเขียว (Direct PPA) โดยจะทำโซล่าเซลล์ชุมชน ส่งไฟฟ้าเข้าบ้านเรือนตรงถึงประชาชน ไม่ต้องผ่านหน่วยงานต่างๆ ที่จะคิดค่าดำเนินการ และค่าภาษี ทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาแพงขึ้น ด้วยมาตรการนี้ จะส่งผลให้ “ประชาชนจะจ่ายค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทต่อยูนิต สำหรับ 200 ยูนิตแรก” เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน 

พยาบาลอาสา (ทำงาน ดูแลผู้สูงวัยถึงที่)

พรรคภูมิใจไทย เสนอโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา  เพื่อดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์  โครงการนี้จะมีการจ้างงาน จากผู้จบการศึกษาด้าน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิกการแพทย์ เข้ามาอบรมเพิ่มเติม แล้วเข้าทำงาน จำนวนเกือบ 100,000 อัตรา  เงินเดือน 15,000 บาท โดยมีสัญญาจ้างงานขั้นต่ำ 4 ปี ทำงานเชิงรุก เคาะประตู ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ  เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน  ช่วยเหลือผู้สูงอายุ และครอบครัวผู้สูงอายุ รวมทั้งสตรีตั้งครรภ์ 

บัตรสวัสดิการ พลัส (ทำบัตรคนจนใหม่)

ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาพบว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน สำหรับผู้มีรายได้น้อย เข้าไม่ถึงเป็นจำนวนมาก มีการร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐ จึงต้องมีการทบทวนสิทธิ์ และทำใหม่ทั้งหมด

การทบทวนสิทธิ์ จะต้องเป็นคนที่จนจริงๆ  คนที่ ”ไม่จน” จริงจะถูกยกเลิกบัตรฯ โดยไม่จำกัดว่าจะมีเท่าไร  แต่ให้สิทธิทุกคน และจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะมีคนจนมากขึ้น และเมื่อมีฐานข้อมูลใหม่ ที่ทราบจำนวนที่แน่นอนแล้ว คนจนจะได้สิทธิมากยิ่งขึ้น

กองทุนภัยพิบัติ

พรรคภูมิใจไทย ให้ความใส่ใจเรื่อง “ภัยพิบัติจากธรรมชาติ” จึงออกนโยบาย “พร้อมก่อนภัย เคียงข้างไทยทุกสถานการณ์” โดยปรับปรุงระบบ ”เตือนภัย” ยกระดับฐานข้อมูลการพยากรณ์ภัยต่าง ๆ รวมถึงการเสริมอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคโนโลยีดาวเทียม และ AI ระดับโลก เป็นการบูรณาการข้อมูลทุกหน่วยงานด้วยความโปร่งใส วางแผนรับมือ ประสานงานอย่างแม่นยำ รวดเร็ว แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด มีการจัดทำผังอย่างละเอียดรายตำบล เพื่อการวางแผนจัดการเมื่อประสบภัย สร้างช่องทางในการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนในการประกอบการตัดสินใจ 

จ้างผู้สูงอายุทำงาน (สูงวัยมีรายได้)

พรรคภูมิใจไทยตระหนักถึงความสำคัญต่อการรับมือกับสภาพสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society ที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่  จึงเสนอ 4 มาตรการ คือ

  • สูงวัย พลัส 1 จ้างงานผู้สูงอายุ นำมาลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า สูงสุด 30,000 บาท
  • สูงวัย พลัส 2 สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดร้อยละ 50
  • สร้าง “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมทั่วประเทศ” รองรับผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำที่ดินรัฐ ที่มีทำเลที่มีศักยภาพ มาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนลงทุน และสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ในระยะยาว
  • รัฐให้การส่งเสริมการลงทุน (BOI)  ให้ความช่วยเหลือทางด้านภาษี เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้เอกชน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลงอีกทั้งยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และส่งเสริมการลงทุน อีกด้วย

60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำ เป็นกำลังสำคัญของประเทศ  นโยบายสูงวัย พลัส จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น มีงานทำเพิ่มขึ้น และยิ้มได้พลัสขึ้นอย่างแน่นอน

เศรษฐกิจสีเขียว

จากสถานการณ์โลกร้อน ไปสู่โลกเดือด พรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญกับเรื่อง การเเลื่อนเวลาการเข้าถึง Net Zero คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ที่มนุษย์ผลิตขึ้นจนเหลือเป็นศูนย์  ในปี 2050  ให้เร็วขึ้น การเลื่อนเวลาให้ประเทศไทยเข้าถึง Net Zero ได้เร็วขึ้น ทัดเทียมกันนานาประเทศ  ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และพายุรุนแรง เราจะรักษ์โลก เพื่อให้คนไทยทุก ๆ คนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

"เศรษฐกิจสีเขียว พลัส" รักษ์โลกคือทางรอด และเป็นทางรวย ให้คนไทยโตอย่างยั่งยืน เพิ่มมูลค่าสินค้าจากการผลิตที่รักษ์โลก มีเรื่องที่จะทำคือ กฎหมายและมาตรฐานสีเขียว , การเงินสีเขียว (Green Finance) , ตลาดทุนสีเขียว (ตลาดแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต) และอุตสาหกรรมสีเขียว เป็นต้น 

ภาพจาก Thai News Pix

บทพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การบริหารประเทศ “อนุทิน ชาญวีรกูล”

อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทายรัฐบาล คือวิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้น้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพและพลังงานในประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่และเรื่องเร่งด่วนสำหรับรัฐบาล ที่จะต้องรีบเข้ามาแก้ไขปัญหา รวมทั้งเป็นบทพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การบริหารประเทศ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ของประเทศไทย

ภาพจาก Thai News Pix

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง