ราคาน้ำมัน-ก๊าซพุ่ง อิหร่านโจมตีแหล่งก๊าซกาตาร์ ตอบโต้อิสราเอลโจมตีเซาท์พาร์ส

ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นอย่างมากเมื่อวานนี้ (พฤหัสบดี) หลังจากอิหร่านโจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดของโลกในกาตาร์ และขู่ว่าจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตือนว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้รุนแรงหากการโจมตีลักษณะนี้ยังคงดำเนินต่อไป
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานโลกพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 10 ก่อนจะปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาก๊าซในยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 หลังอิหร่านโจมตีโรงงาน LNG ขนาดใหญ่ราส ลัฟฟานของกาตาร์ เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน
กาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลก พร้อมด้วยสหรัฐฯ, ออสเตรเลีย และรัสเซีย โดยโรงงานราส ลัฟฟานถือเป็นศูนย์กลาง LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โรงงานดังกล่าวตกเป็นเป้าการโจมตีจากอิหร่านหลายครั้งตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น และบริษัทพลังงานของรัฐ QatarEnergy ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านสองระลอกทำให้เกิด “ไฟไหม้ขนาดใหญ่และความเสียหายเพิ่มเติมอย่างรุนแรง” ต่อหลายโรงงาน
ทรัมป์ ซึ่งประเทศของเขาเริ่มสงครามร่วมกับอิสราเอลด้วยการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ระบุว่า สหรัฐฯไม่ทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส แต่ก็เตือนว่า สหรัฐฯ จะ “ระเบิด” แหล่งก๊าซของอิหร่านเอง หากอิหร่านไม่หยุดโจมตีกาตาร์
ทั้งนี้ กองทัพอิหร่านตอบโต้ด้วยท่าทีแข็งกร้าวเมื่อวานนี้ โดยระบุว่าการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่” เนื่องจากแหล่งดังกล่าวผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณร้อยละ 70 ของการใช้ภายในประเทศ
กองบัญชาการปฏิบัติการคาทัม อัล-อันบิยา ระบุในแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านว่า“หากมีการกระทำซ้ำ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะไม่หยุดจนกว่าจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง และการตอบโต้ของเราจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม”
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ประณามเหตุการณ์ยกระดับความรุนแรงว่า “ไร้ความรับผิดชอบ”
เขาเตือนว่า หากขีดความสามารถในการผลิตพลังงานของตะวันออกกลางถูกทำลาย สงครามครั้งนี้จะส่งผลกระทบยาวนานยิ่งขึ้น
มาครงเรียกร้องให้มี “การเจรจาโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน”
ด้านสำนักงานนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ เตือนว่า “การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเสี่ยงผลักดันภูมิภาคเข้าสู่วิกฤตลึกยิ่งขึ้น” หลังหารือกับมาครงและเลขาธิการนาโต มาร์ก รุตเต
ส่วนประเทศในอ่าวอาหรับ ก็ออกมาเตือนถึงผลกระทบจากการโจมตีของอิสราเอลต่อแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซขนาดใหญ่เซาท์พาร์ส/นอร์ท โดม (South Pars/North Dome) ที่เป็นแหล่งสำรองก๊าซใหญ่ที่สุดในโลกและใช้ร่วมกับกาตาร์
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็น “ภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงพลังงานโลก”
ในท่าทีที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย ยูเออีได้ตำหนิสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมทั้งวิจารณ์การตอบโต้ของอิหร่านในสงครามที่ลุกลามทั่วตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียระบุว่า ขอสงวน “สิทธิในการดำเนินการทางทหาร” หากจำเป็น หลังถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านหลายครั้ง
ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอยู่แล้วก่อนหน้านี้ หลังการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติรองรับน้ำมันและ LNG ประมาณหนึ่งในห้าของโลก เกือบหยุดชะงักจากภัยคุกคามการโจมตีของอิหร่าน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
