รีเซต

ทำไมโจมตี South Pars ยกระดับสงครามอิหร่าน ?

ทำไมโจมตี South Pars ยกระดับสงครามอิหร่าน ?
TNN ช่อง16
19 มีนาคม 2569 ( 13:01 )
2

18 มีนาคม 2026 อิสราเอลตัดสินใจโจมตี “เซาท์พาร์ส” (South Pars) แหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย “นับเป็นครั้งแรก” ที่เกิดการโจมตีโครงสร้างการผลิตพลังงานโดยตรงของอิหร่าน ทำไมการโจมตีนี้จึงมีความสำคัญและอาจทำให้นี่คือ “จุดเปลี่ยน” สู่การยกระดับของสงครามในอิหร่านที่จะกระทบหนักไปทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง 

การโจมตีดังกล่าวของอิสราเอลถูกเรียกว่าเป็นการโจมตี “โครงสร้างการผลิตก๊าซต้นน้ำ” และอาจก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาว แม้ว่าก่อนหน้านี้สหรัฐฯ จะเปิดการโจมตีบน “เกาะคาร์ก” ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของอิหร่านเช่นเดียวกัน แต่การโจมตีครั้งนั้นไม่ได้พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างทางทหาร ไม่ใช่โครงสร้างด้านพลังงานบนเกาะคาร์ก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะตามมาหากอิหร่านตอบโต้กลับ ต่างจากการโจมตีของอิสราเอลครั้งนี้ ที่ทำให้มันไม่ต่างกับการยกระดับความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ 


-อะไรตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีบ้าง ? 

เล่าย้อนไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 มีนาคม) มีการโจมตีด้วยโดรนเกิดขึ้นที่ส่งผลให้การดำเนินงานของแหล่งก๊าซชาห์ (Shah field)  ในกรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องถูกระงับ โดยแหล่งก๊าซแห่งนี้สามารถผลิตก๊าซได้ประมาณ 1.28 พันล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวัน และเป็นแหล่งก๊าซราว 20% ของประเทศรวมถึงผลิตกำมะถันเม็ดประมาณ 5% ของโลกที่ใช้ในปุ๋ยฟอสเฟต

จนในวันรุ่งขึ้น (18 มีนาคม) โครงสร้างพลังงานในแหล่งก๊าซธรรมชาติ South Pars ของอิหร่านถูกอิสราเอลโจมตี โดยแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งนี้เป็นจุดที่อิหร่านแบ่งพื้นที่ใช้ร่วมกับกาตาร์ โดยพื้นที่รวมทั้งหมดของแหล่งก๊าซธรรมชาติ South Pars อยู่ที่ 9,700 ตารางกิโลเมตร ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 3,700 ตารางกิโลเมตร คือส่วนของ South Pars อยู่ในน่านน้ำของ “อิหร่าน” และอีก 6,000 ตารางกิโลเมตร คือส่วนของ North Dome อยู่ในน่านน้ำของ “กาตาร์” 

ที่สำคัญคือแหล่งก๊าซธรรมชาติ South Pars เป็นแหล่งพลังงานภายในประเทศที่สำคัญที่สุดของอิหร่านและคงไม่แปลกนักหากจะเรียก South Pars ว่าคือ “หัวใจของพลังงานในอิหร่าน” ด้วยปริมาณก๊าซธรรมชาติจากใต้อ่าวเปอร์เซียที่มีมากถึง 14 ถึง 51 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งกว่า 80% ของไฟฟ้าในอิหร่านก็ผลิตจากก๊าซธรรมชาติที่มาจาก South Pars

ดังนั้นแล้วเมื่อเกิดการโจมตีต่อหัวใจพลังงานในอิหร่าน ฝั่งอิหร่านจึงไม่นิ่งเฉยที่จะตอบโต้กลับด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตะวันออกกลาง แล้วมีประเทศไหนบ้างที่ถูกโจมตี?

3 ประเทศในตะวันออกกลางที่ตกเป็นเป้าในการเอาคืนของอิหร่านล้วนแต่คือประเทศร่ำรวยแถบอ่าว ประกอบด้วย “ซาอุดีอาระเบีย” ที่มีรายงานว่าโรงงานก๊าซแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบเสียงระเบิดดังขึ้นในกรุงริยาดเมืองหลวงของประเทศ ตามมาด้วย “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” ที่พบว่าโรงงานก๊าซฮับชาน รวมไปถึงแหล่งน้ำมันบับ (Bab) ถูกโจมตี แต่ประเทศที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ “กาตาร์” รัฐบาลออกมาเปิดเผยว่าจากการโจมตีตอบโต้ขอิงอิหร่านทำให้ศูนย์กลางพลังงาน “ราสลัฟฟาน” ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับความ “เสียหายอย่างหนัก” เป็นไปตามที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ของอิหร่าน ออกมาประกาศว่าราสลัฟฟานจะเป็น “เป้าหมายโดยตรงและชอบธรรม” สำหรับการโจมตีเพื่อแก้แค้นให้กับ South Pars

-ทำไมการโจมตี South Pars คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ?

การโจมตีนี้มีความสำคัญเพราะเป็นสัญญาณว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก แม้ว่าจะยุติการสู้รบหรือการขนส่งก๊าซและน้ำมันอาจกลับมาได้ภายในไม่กี่เดือน แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าหากโครงสร้างการผลิตพลังงานได้รับความเสียหายไปแล้ว อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นตัวอีกครั้ง

ซอล คาโวนิก นักวิเคราะห์จาก MST Financial ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่าหากกำลังการผลิตพลังงานหายไปเพียงไม่กี่ล้านบาร์เรลก็จะส่งผลกระทบมากต่อทั้งโลก เพราะมันคือสิ่งที่จะไม่มีทางเติมสต็อกกลับมาได้เหมือนสินค้าทั่วไป แม้สงครามจะยุติแล้วก็ตาม เขากล่าวด้วยว่าเช่นเดียวกันว่าการโจมตีของอิหร่านต่อโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกาตาร์ก็จะสร้างผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดเนื่องจากอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการซ่อมแซม แต่โลกไม่สามารถหยุดรอการใช้พลังงานได้ 

เช่นเดียวกันนี้ หลังเกิดการโจมตีต่อ South Pars รวมถึงการโจมตีตอบโต้ไปยังศูนย์กลางพลังงานในตะวันออกกลางทำให้ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นในทันทีจนแตะระดับที่  110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความกังวลว่าการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลกจะรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้น เพราะการโจมตีที่อาจมีสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องนี้ทำให้ราคาดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งเกิน 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ช่วงเงินเฟ้อปี 2022 ที่กระทบความนิยมของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน  


-ประเทศอ่าวมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อเรื่องนี้ ?

ก่อนหน้านี้กาตาร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ และเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ออกมากล่าวว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการโจมตี โดยไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของสหรัฐฯ ที่อาจมีส่วนร่วมด้วย โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ระบุว่า การโจมตีต่อ South Pars เป็นการยกระดับความตึงเครียดที่อันตรายและขาดความรับผิดชอบ ซึ่งคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งโลก เช่นเดียวกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ออกมาระบุว่า การโจมตี South Pars และแหล่งน้ำมันในประเทศที่ตกเป็นเป้าในการแก้แค้นของอิหร่าน เป็นภัยคุกคามต่อพลังงานโลกรวมถึงความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค 

ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ (19 มีนาคม) เจ้าชาย ไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียออกมาเคลื่อนไหวด้วยการเตือนอิหร่านหลังโจมตีโรงงานก๊าซของประเทศรวมถึงการโจมตีต่อกรุงริยาด ว่า ซาอุดีอาระเบียขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน พร้อมประกาศว่าความไว้วางใจใด ๆ ที่มีต่ออิหร่านได้พังทลายลงแล้ว ซึ่งนับว่านี่เป็นถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวที่สุดจากซาอุดีอาระเบียในรอบเกือบสามสัปดาห์ของสงคราม นอกจากนี้ ทางการซาอุดีอาระเบียยังกล่าวว่าอิหร่านได้ดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างมีการวางแผนล่วงหน้า ทั้งโดยตรงและผ่านเครือข่ายตัวแทนในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

-โครงสร้างที่เสียหายซ่อมแซมได้ง่าย ๆ หรือไม่ ?

The Guardian ชี้ว่าบทเรียนหนึ่งจากผลพวงของสงครามอิรักในปี 2003 คือ การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เสียหายใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้มาก โดยรัฐบาลของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ของสหรัฐฯ เขาเคยสัญญาว่าการฟื้นฟูจะใช้รายได้จากน้ำมันเป็นหลัก แต่แม้ผู้รับเหมาจะสามารถเข้าถึงโรงงานในอิรักได้ และมีการใช้เงินกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในโครงการด้านน้ำมัน แต่การผลิตก็ยังต้องใช้เวลากว่า 2 ปีจึงจะกลับสู่ระดับก่อนสงคราม

ขณะเดียวกันอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ความพยายามซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในยูเครนที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านอุปกรณ์และการจัดหาที่ทำให้การฟื้นฟูล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้มาก 


-ฮอร์มุซปิด แหล่งพลังงานถูกโจมตี น้ำมันและก๊าซจะออกจากตะวันออกกลางได้หรือไม่ ?

แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดกั้นจากสงครามในอิหร่าน แต่บางประเทศก็พยายามหาช่องทางอื่นเพื่อให้การส่งออกน้ำมันและก๊าซยังดำเนินต่อไป แต่ภูมิศาสตร์ของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งครอบครองเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำมันดิบของโลก และราว 40% ของก๊าซธรรมชาติทั่วโลกทำให้การหาทางเลือกอื่นเป็นเรื่อง “ยากกว่าที่คิดมาก”

โดยเฉพาะกาตาร์ซึ่งเป็นประเทศอ่าวที่ด้านหนึ่งทำให้เข้าถึงแหล่งก๊าซผ่าน South Pars ฝั่งอิหร่านหรือ North Dome ฝั่งกาตาร์ แต่ในอีกด้านการส่งออกก๊าซยังต้องพึ่งพาการผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก แต่ในตอนนี้ทั้งสองทางหยุดชะงักไปแล้วและยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน จึงเป็นความท้าทายอย่างมากของทั้งกาตาร์และโลกที่ยังรอคอยการเดินทางของน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลาง

นีล ควิลเลียม นักวิเคราะห์ด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์จากถาบันวิจัยนโยบาย Chatham House ในกรุงลอนดอน ระบุว่าทางเลือกอื่นแทนการขนส่งทางเรือมีต้นทุนสูงกว่าและมีขีดความสามารถจำกัด หรือหากพูดง่าย ๆ ก็คือ “มันยากมาก เพราะพื้นที่นี้เหมือนถูกล็อกไว้หมดแล้ว”

ควิลเลียม ยังได้ยกตัวอย่าง ซาอุดีอาระเบียที่ต้องใช้วิธีส่งน้ำมันผ่านท่อจากชายฝั่งตะวันออกไปยังชายฝั่งตะวันตกเพื่อส่งออกผ่านทะเลแดง แต่การขนส่งผ่านท่อข้ามประเทศมีต้นทุนสูงกว่ามากแล้ว จึงส่งออกจากเมืองยานบู (Yanbu) ซึ่งเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่สุดท้ายแล้ว ปริมาณน้ำมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยพยุงราคา หรือกดราคาน้ำมันให้ลดลงได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง