รีเซต

เมื่อ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เดือด! ปิดเส้นเลือดพลังงานโลก นานาชาติเร่งปรับเกมพลังงานครั้งใหญ่

เมื่อ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เดือด!  ปิดเส้นเลือดพลังงานโลก นานาชาติเร่งปรับเกมพลังงานครั้งใหญ่
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 11:30 )
11

วิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” กำลังเขย่าระบบพลังงานโลกอย่างรุนแรง หลังอิหร่านปิดเส้นทางขนส่งสำคัญ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี ราว 20% ของโลกถูกตัดขาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


องค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ ไออีเอ ระบุว่านี่อาจเป็น “การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ส่งผลให้หลายประเทศต้องเร่งระบายคลังสำรองพลังงานฉุกเฉิน และขอความร่วมมือประชาชนลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก


ด้านจีนเริ่มปรับยุทธศาสตร์พลังงานทันที โดยหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของรัฐเสนอให้เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เพิ่มคลังสำรองฉุกเฉิน และกระจายแหล่งนำเข้าพลังงาน ขณะที่นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยปักกิ่ง คลับ ฟอร์ อินเตอร์เนชันแนล ไดอะล็อก มองว่าไม่เพียงจีน แต่ทั่วโลกกำลังทบทวนห่วงโซ่อุปทานพลังงานใหม่ และอาจหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น


วิกฤตครั้งนี้นับเป็นอีกแรงกระแทกสำคัญ ต่อเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี พ.ศ. 2565 และวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้ตลาดพลังงานโลกผันผวนอย่างหนักในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา


ในเอเชีย หลายประเทศเริ่มทบทวนนโยบายพลังงาน โดยไต้หวันพิจารณากลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังต้องพึ่งพาแอลเอ็นจีจากกาตาร์ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงคราม ขณะที่ญี่ปุ่นก็เร่งหารือการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่หยุดใช้งานตั้งแต่เหตุการณ์ฟุกุชิมะ เพื่อบรรเทาการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน


ส่วนจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ ได้ลดกำลังการกลั่นน้ำมันลงราว 10% และระงับการส่งออกเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม จีนได้รับผลกระทบจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เนื่องจากมีคลังสำรองขนาดใหญ่ และมีสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง โดยรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของยอดขายใหม่ และระบบไฟฟ้ากว่า 50% มาจากพลังงานหมุนเวียน


ในยุโรป ต้นทุนนำเข้าพลังงานฟอสซิลเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านยูโร (ราว 234,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่เกิดสงคราม สร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงานอย่างหนัก โดยเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยอมรับว่าการลดสัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาเป็น “ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์” และเตรียมผลักดันการลงทุนในเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพิ่มเติม


ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของโลก แม้จะได้รับผลกระทบด้านอุปทานน้อยกว่า แต่กำลังเร่งควบคุมราคาพลังงานโลก โดยรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย เพื่อเปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันเพิ่ม หวังเพิ่มอุปทานในตลาดโลก


นักวิเคราะห์มองว่า วิกฤตฮอร์มุซอาจทำให้ชาติตะวันตกต้องทบทวนมาตรการคว่ำบาตรก๊าซแอลเอ็นจีจากรัสเซียอีกครั้ง ขณะที่หลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน บังกลาเทศ และปากีสถาน เริ่มหันไปจัดหาพลังงานจากตลาดซื้อขายทันที หรือ สปอต มาร์เก็ต และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตะวันออกกลาง


อย่างไรก็ตาม แม้ยุโรปจะเร่งลงทุนพลังงานสีเขียวเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว แต่ก็มีความกังวลว่าจะเกิด “การพึ่งพาใหม่” ต่อจีนในด้านเทคโนโลยีพลังงาน


วิกฤตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความมั่นคงด้านพลังงานยังคงเป็นประเด็นเปราะบางของโลก และอาจเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ทั้งในด้านโครงสร้างพลังงาน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง