สรุปปมร้อนวัคซีนโมเดอร์นา “องค์การเภสัชกรรม” ปะทะ “หมอบุญ” เดือดกว่านี้ไม่มีแล้ว!

สรุปปมร้อนวัคซีนโมเดอร์นา “องค์การเภสัชกรรม” ปะทะ “หมอบุญ” เดือดกว่านี้ไม่มีแล้ว!
Ingonn
15 กรกฎาคม 2564 ( 16:23 )
127
สรุปปมร้อนวัคซีนโมเดอร์นา “องค์การเภสัชกรรม” ปะทะ “หมอบุญ” เดือดกว่านี้ไม่มีแล้ว!

 

เรียกได้ว่า หมอบุญ และ องค์การเภสัชกรรม เป็นคู่ปรับปมวัคซีนโมเดอร์นาในช่วงเวลานี้เลยทีเดียว เนื่องจากหมอบุญ ได้ขับเคลื่อนการนำเข้าวัคซีนชนิด mRNA ให้แก่โรงพยาบาลเอกชนมาตั้งแต่แรกๆ และเคยให้สัมภาษณ์พาดพิง องค์การเภสัชกรรมทำนองว่า องค์การเภสัชฯ ชาร์จค่าบริหารจัดการอีก 5 - 10% จากกลุ่มรพ.เอกชน จนเกิดดราม่า

 

 


วันนี้ TrueID จึงจะมาย่อยปมร้อนระหว่าง “องค์การเภสัชกรรม” และ “หมอบุญ” ว่าเคยมีประเด็น เรื่องราวเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง

 

 


จุดเริ่มต้นปมวัคซีนโมเดอร์นา


เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 ระบุว่า สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เจรจาซื้อวัคซีนทางเลือกผ่านองค์การเภสัชฯ ซึ่งโมเดอร์นาจะได้รับจดทะเบียนให้เรียบร้อย แต่ไทม์ไลน์การส่งวัคซีนใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือน ซึ่งเรากำลังเจรจากับสหรัฐฯ ว่าให้รีบส่งมาประเทศเราบ้างเพราะของเขามันเกินพอแล้ว

 

 

ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ผลิตในหลายประเทศ อาจจะส่งให้เราก่อนได้ 10-20 ล้านโดส ซึ่งเราต้องเสีย VAT 2 ครั้ง คือ 14% ทางองค์การเภสัชฯ ชาร์จค่าบริหารจัดการอีก 5 - 10% ตัวเลขต้นทุนอาจเลย 2,000 กว่าบาท ส่วนโมเดอร์นาที่นำเข้ามา องค์การเภสัชฯ จะซื้อก่อน แล้วทุกคนต้องไปซื้อองค์การเภสัชฯ คิดค่าบริการ 10% ซึ่งเป็นค่าอะไรยังไม่ทราบ  กำลังคุยกันอยู่ วัคซีนอันนี้ระบุเป็นวัคซีนฉุกเฉิน ติดนั่นติดนี่ ติดเรื่องนี้มา 7 เดือนแล้ว นำเข้ามาไม่ได้ เคยคุยกับอังกฤษ จีน สหรัฐ บอกว่า ถ้าเราหลับตาข้างหนึ่งเซ็นรับรองนำเข้า เขาให้นำเข้ามา แต่ผมได้รับตอบจดหมายจากท่านรัฐมนตรีว่า ทำไม่ได้ รัฐบาลจะมาค้ำประกันหรือเซ็นรับรองให้เอกชนไม่ได้ ก็ติดกันมา 7 เดือน แต่ตอนนี้นายกรัฐมนตรีลงมาสั่งเอง ก็โอเคแล้ว

 

 


“หมอบุญ” ขยี้ปมร้อนต่อด้วยการดีลผู้ผลิตเอง


เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 64 หมอบุญ ได้เปิดเผยผ่านรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ กรณีการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา และไฟเซอร์ ที่ล่าช้า จึงได้ติดต่อไปทาง บริษัทผู้ผลิต เนื่องจากสนิทกัน ด้วยความสงสัยว่าทำไมประเทศอื่นๆ ในเอเชีย อย่าง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ถึงได้แล้ว แต่ไทยไม่มีสักโดส โดยได้คำตอบว่า ไทยไม่ยอมเซ็นสัญญา ทำให้ทางหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจงไทม์ไลน์และเหตุผลการสั่งซื้อล่าช้ากันยกใหญ่

 

 

 

องค์การเภสัชฯ รีบบอกไม่เก็บค่าชาร์จ 10%


เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การเภสัชกรรม ได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับราคานำเข้าและการจัดเก็บภาษีวัคซีนโมเดอร์นาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

 

 

นอกจากนั้น “ราคาวัคซีนโมเดอร์นา ที่นำเข้ามา ราคา 584 บาทต่อโดส” ขอชี้แจงว่า เป็นการให้ข้อมูลที่ผิดจากความเป็นจริง อย่างไรก็ตามองค์การฯ ไม่สามารถเปิดเผยราคานำเข้าได้ เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่ได้มีการกำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในการเจรจาซื้อขาย

 

 

การกำหนดราคาขายวัคซีนโมเดอร์นา ให้กับโรงพยาบาลเอกชนที่ ราคา 1,100 บาทต่อโดส เป็นราคาที่มาจากราคาวัคซีนที่องค์การเภสัชกรรม ได้รับจากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด รวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รวมกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ เช่น ค่าเก็บรักษา ค่าขนส่ง ค่าประกันภัยรายบุคคล เพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา กรณีที่อาจมีอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้นประเด็นที่มีการกล่าวหาว่า มีการบวกกำไรหรือภาษีเข้าไปในราคาขายถึง 516 บาท หรือ 88 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่เป็นความจริง

 

 

 

 


ปม! องค์การเภสัชกรรมฟ้องหมอบุญ ข้อหาหมิ่นประมาท


วันที่ 14 ก.ค. 64 องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อดำเนินการเอาผิดกับ ลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสหวิทยาการราชบัณฑิตยสภา และ นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัทธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในข้อหา "หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา อันเป็นเหตุให้องค์การเภสัชกรรมได้รับความเสียหาย" เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2564

 

 

การดำเนินการตามกฎหมายครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายลอย และ นพ.บุญ ได้นำข้อมูล ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา โดยกล่าวหาองค์การเภสัชกรรม ในฐานผู้แทนภาครัฐ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการประสานงานจัดซื้อจัดหาวัตซีนโมเดอร์นาให้กับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนว่า ดำเนินการจัดซื้อโดยมุ่งแสวงหาผลกำไรสูงสุดจากประชาชน ซึ่งไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายต่อองค์การเภสัชกรรม

 

 

องค์การเภสัชกรรม ยืนยันว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เป็นตัวแทนจัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยมิได้มุ่งแสวงหาผลกำไร

 

 

 

 


หมอบุญไม่หวั่นถูกฟ้องหมิ่น เพราะความจริงจะได้เปิดเผย


วันที่ 14 ก.ค. 64 นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลแคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกฟ้องหมิ่นประมาทจาก อภ. ว่า "หากองค์การเภสัชฯ ฟ้องผม จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเอกสารต่าง ๆ ขององค์การเภสัชฯ จะได้ถูกเปิดเผยกลางศาล มีหมดว่าซื้อเท่าไหร่ อย่างไร"

 

 

นอกจากนี้ หมอบุญ ยัง ระบุอีกว่า ในทางกฎหมายองค์การเภสัชกรรมมีสิทธิ์ที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล แต่เมื่อคดีไปถึงศาล ศาลมีสิทธิ์ที่จะเรียกขอดูเอกสารต่าง ๆ ว่าเป็นความจริงตามที่ฟ้องหรือไม่

 

 

และให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับทางมติชนว่า “ยืนยันข้อมูลนี้ถูกต้องทุกอย่าง ตนต้องบอกว่า ราคาเปิดเผยในตลาดโลก อยู่ที่ประมาณ 584 บาทต่อโดส โดย องค์การเภสัชกรรมจำหน่าย 1,100 บาท ส่วนต่าง 516 บาทนั้น ตนไม่สนใจ เพราะว่า มีค่าขนส่ง มีภาษี มีค่าอะไรที่ตนก็ชี้แจงละเอียดแล้วว่า อยากให้องค์การเภสัชกรรม ได้กำไรเยอะๆ จะได้ เอาเงินคนรวย ไปช่วยคนจน จาก 516 บาทนี้ เพราะนี่คือปัญหาประเทศชาติเรา”

 

 

เมื่อนักข่าวมติชนถามว่า มีความกังวลในเรื่องคดีความหรือไม่ ?


นพ.บุญกล่าวว่า “โถ่ พวกนี้ เด็กๆ เมื่อวานซืน คุณเถียงกับเราไม่ได้เลย แหม่ มาเทียบกับเราได้อย่างไร คนละรุ่น”

 

 

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า “เราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อประเทศชาติ อายุผมแค่นี้แล้ว เห็นคนเดือดร้อนอย่างนี้ ถ้าคนที่ไม่มาช่วยกัน ผมว่าคนนั้นใจดำ อะไรก็ไม่รู้ นี่พูดตรงๆ อย่าว่าแต่เป็นหมอเลย เป็นคนธรรมดา เห็นชาวบ้านเดือดร้อนอย่างนี้ ก็ต้องลงมา แต่หมอยิ่งไปกันใหญ่ เพราะเราถูกสอนมาให้ช่วยชีวิตคน” นพ.บุญกล่าว

 

 


ผอ.องค์การเภสัชกรรม จี้ที่มา ราคา 500 เอามาจากไหน


วันที่ 15 ก.ค.64 นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ตามที่องค์การเภสัชกรรม ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อ นพ.บุญ ในข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาอันเป็นเหตุให้องค์การเภสัชกรรมได้รับความเสียหาย กรณีการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาให้กับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนว่ามีการแสวงหาผลกำไรสูงสุดจากประชาชน และออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้มีการเปิดเผยเอกสาร

 

 

ทางองค์การเภสัชกรรมพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงในศาล พร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงในศาล และ นพ.บุญ ต้องพิสูจน์ความจริงด้วยว่า องค์การเภสัชฯ ซื้อวัคซีนโดสละ 500 กว่าบาทนั้นมาจากที่ไหน ซึ่งการซื้อนั้น ทางองค์การเภสัชฯ ซื้อต่อจากกับบริษัทซิลลิค ฟาร์ม่า จำกัด ตัวแทนของโมเดอร์นา ถ้าจงใจไม่พูดความจริง องค์การเภสัชฯ ก็พร้อมที่จะไปสู้กันในชั้นศาล และพร้อมที่จะเปิดเอกสารอยู่แล้ว

 

 

 

 

ข้อมูลจาก องค์การเภสัชกรรม , ข่าวสด , มติชน

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง