ไมโครพลาสติกกระทบสุขภาพใจ เพิ่มโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้ด้วย

ไมโครพลาสติกคือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร หรือประมาณเมล็ดงา และปัจจุบันพบว่ามันแทรกซึมเข้าไปแทบทุกระบบในร่างกายมนุษย์ นักวิจัยพบอนุภาคเหล่านี้ในเลือด ปอด ตับ รก น้ำนมแม่ และแม้แต่ในสมอง แม้การพูดถึงไมโครพลาสติกส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ความเสี่ยงต่อมะเร็งและโรคหัวใจ แต่หลักฐานใหม่กำลังชี้ว่ามันอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตด้วย
งานวิจัยปี 2024 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine ศึกษาคราบไขมันอุดตันในหลอดเลือดของผู้ป่วย 304 คน และพบไมโครพลาสติกในตัวอย่างส่วนใหญ่ ผู้ที่มีไมโครพลาสติกในคราบไขมันมีความเสี่ยงหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตสูงกว่า ขณะที่งานทบทวนในปี 2025 พบไมโครพลาสติกชนิดโพลิสไตรีนในสมองหนู ยืนยันว่าอนุภาคเหล่านี้สามารถผ่านแนวกั้นเลือดและสมองได้
พลาสติกส่งผลต่อฮอร์โมน
หนึ่งในกลไกสำคัญของไมโครพลาสติกคือการรบกวนระบบฮอร์โมน เพราะพลาสติกมีสารเคมีที่สามารถเลียนแบบหรือขัดขวางการทำงานของฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจน เทสโทสเตอโรน ฮอร์โมนไทรอยด์ และคอร์ติซอล
งานทบทวนในปี 2025 พบว่าไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติกรบกวนระบบที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ การเผาผลาญ การนอนหลับ การตอบสนองต่อความเครียด และอารมณ์ โดยเฉพาะระบบ HPA ซึ่งควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย
การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าไมโครพลาสติกอาจรบกวนสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ทำให้การควบคุมคอร์ติซอลผิดปกติ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ส่วนความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ก็เชื่อมโยงกับอาการซึมเศร้า สมองคิดช้าลง และอ่อนล้า
สาร BPA ยังเป็นอีกประเด็นสำคัญ โดยระดับ BPA ระหว่างตั้งครรภ์ถูกเชื่อมโยงกับปัญหาพฤติกรรมในเด็ก เช่น ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และพัฒนาการด้านสังคมที่บกพร่อง นอกจากนี้ งานทบทวนปี 2023 ยังพบว่านาโนพลาสติกรบกวนสัญญาณในสมองที่เกี่ยวข้องกับความหิวและการนอนหลับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตเช่นกัน
การเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมอง
ไมโครพลาสติกไม่ได้รบกวนเฉพาะฮอร์โมน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสมอง โดยเพิ่มการอักเสบและความเครียดจากอนุมูลอิสระ ทำให้การทำงานของเซลล์ประสาทผิดปกติ
งานทบทวนในปี 2025 พบว่าการสัมผัสไมโครพลาสติกรบกวนสารสื่อประสาทสำคัญ เช่น โดพามีน เซโรโทนิน กลูตาเมต และ GABA การลดลงของโดพามีนเกี่ยวข้องกับภาวะหมดความสุข ขาดแรงจูงใจ และซึมเศร้า ส่วนเซโรโทนินที่ลดลงเชื่อมโยงกับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า
ในการทดลองกับหนู การสัมผัสนาโนพลาสติกทำให้เกิดพฤติกรรมคล้ายภาวะซึมเศร้า การเคลื่อนไหวลดลง พฤติกรรมทางสังคมเปลี่ยนแปลง และมีลักษณะบางอย่างคล้ายออทิสติก ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบในสมองและความเสียหายต่อเซลล์ประสาท
เส้นทางจากลำไส้ไปถึงสมอง
จุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมองและพฤติกรรม งานวิจัยปี 2024 พบว่าไมโครพลาสติกทำให้สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เสีย ความหลากหลายของจุลินทรีย์ลดลง และอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้รั่ว
งานทบทวน "Mind over Microplastics" ในปีเดียวกันสรุปว่า ความเสียหายต่อระบบลำไส้อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตผ่านการเชื่อมโยงระหว่างลำไส้กับสมอง โดยอนุภาคเหล่านี้สามารถเคลื่อนจากลำไส้ไปยังระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทได้
เราจะลดการสัมผัสได้อย่างไร
แม้จะหลีกเลี่ยงพลาสติกทั้งหมดไม่ได้ แต่สามารถลดการสัมผัสได้ด้วยการกรองน้ำดื่ม หลีกเลี่ยงขวดพลาสติกใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสความร้อน เปลี่ยนมาใช้ภาชนะแก้ว สแตนเลส หรือเซรามิก และหลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติกหรือใช้เขียงพลาสติก
นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง พรีไบโอติกและโพรไบโอติก อาจช่วยให้ร่างกายขับไมโครพลาสติกและฟื้นฟูสุขภาพลำไส้ ขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระจากชาเขียว เบอร์รี ดาร์กช็อกโกแลต รวมถึงโอเมกา 3 จากปลา เมล็ดแฟลกซ์ และวอลนัต อาจช่วยลดการอักเสบและความเสียหายต่อเซลล์
อีกเรื่องสำคัญคือการลดไมโครพลาสติกในอากาศภายในบ้าน ด้วยการระบายอากาศ ใช้เครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA และเลือกใช้วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ เพราะไมโครพลาสติกที่สูดดมเข้าไปอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทได้เช่นกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
