"โรคซึมเศร้า" vs "โรคแพนิค" เปิดความต่างของ "ภัยเงียบ" ที่น่ากลัวคนละแบบ

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า
จิตแพทย์เปรียบเทียบ โรคซึมเศร้ากับโรคแพนิค อันไหนน่ากลัวกว่ากัน?
ถ้าถามว่าโรคซึมเศร้ากับโรคแพนิค อันไหนน่ากลัวกว่ากัน คำตอบอาจไม่ใช่ “โรคไหนชนะ” แต่คือ “น่ากลัวคนละแบบ” เพราะโรคแพนิคมักน่ากลัว ในวินาทีที่มันเกิดขึ้น ส่วนโรคซึมเศร้ามักน่ากลัวในความเงียบที่ค่อยๆกัดกินชีวิตเราไปทีละวัน
โรคแพนิค หรือ Panic Disorder อาจทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย หัวใจเต่นแรง แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มือชา เวียนหัว หรือเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ หลายคนจึงรีบไปห้องฉุกเฉินเพราะกลัวว่าเป็นโรคหัวใจ ทั้งที่ตรวจแล้วไม่พบอันตรายร้ายแรง สิ่งที่น่ากลัวของแพนิคคือมันเหมือน “สัญญาณเตือนไฟไหม้ที่ดังผิดเวลา” ทั้งที่ไม่มีไฟจริง แต่ร่างกายเชื่อไปแล้วว่าเรากำลังตกอยู่ในอันตรายครับ
ส่วนโรคซึมเศร้า หรือ Major Depressive Disorder น่ากลัวอีกแบบหนึ่ง เพราะมันไม่ได้มาเสียงดังเสมอไป แต่มาแบบเงียบๆ ทำให้ความสุขค่อยๆจางลง สิ่งที่เคยรักค่อยๆไม่รู้สึก การนอน การกิน สมาธิ พลังงาน และความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองค่อยๆเปลี่ยนไป จนบางคนยังยิ้มได้ ยังทำงานได้ แต่ข้างในเหมือนแสงในห้องค่อยๆถูกหรี่ลงเรื่อยๆครับ
ถ้าพูดให้เห็นภาพ โรคแพนิคเหมือนฉากระเบิดในหนังแอ็กชัน ทุกอย่างดัง เร็ว รุนแรง และทำให้เรากลัวว่า “เรากำลังจะตาย” แต่โรคซึมเศร้าเหมือนหนังดราม่าที่แสงในเฟรมค่อยๆมืดลง จนวันหนึ่งบางคนเริ่มรู้สึกว่า “เราอยู่ไปก็ไม่มีความหมาย” ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษครับ
ดังนั้นแพนิคไม่ใช่โรคเล็ก เพราะถ้าปล่อยไว้นาน มันอาจทำให้ชีวิตเราแคบลง เริ่มกลัวการออกจากบ้าน กลัวเดินทาง กลัวประชุม กลัวอยู่คนเดียว หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่เคยทำได้ตามปกติ แต่โรคซึมเศร้าก็ต้องระวังมาก เพราะเมื่อรุนแรง อาจพาเราไปถึงความสิ้นหวัง ความรู้สึกเป็นภาระ และความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อได้ครับ
ข่าวดีคือทั้งสองโรคนี้ "รักษาได้" ไม่ว่าจะด้วยการพบจิตแพทย์ การใช้ยาอย่างเหมาะสม การทำจิตบำบัด การฝึกหายใจ การค่อยๆเผชิญสิ่งที่กลัว หรือการดูแลการนอน การกิน การออกกำลังกาย และความสัมพันธ์รอบตัวให้กลับมาเป็นฐานที่มั่นคงอีกครั้ง
เพราะบางโรคทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย แต่บางโรคทำให้เราค่อยๆลืมไปว่าชีวิตของเรายังมีค่ามากแค่ไหน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
