รีเซต

วูบหมดสติเกิดจากอะไร? เปิดโรคเสี่ยงตั้งแต่หัวใจถึงสมองที่ไม่ควรมองข้าม

วูบหมดสติเกิดจากอะไร? เปิดโรคเสี่ยงตั้งแต่หัวใจถึงสมองที่ไม่ควรมองข้าม
TNN ช่อง16
25 พฤษภาคม 2569 ( 10:07 )
12

อาการ “วูบหมดสติ” หรือที่หลายคนเรียกว่า “เป็นลม ล้มพับ หน้ามืด” เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยบางครั้งอาจเกิดจากความอ่อนเพลียหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ในอีกหลายกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงเกี่ยวกับหัวใจ สมอง หรือระบบไหลเวียนเลือด

แพทย์ระบุว่า อาการหมดสติชั่วคราวส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอในช่วงเวลาสั้นๆ แต่สาเหตุจริงอาจแตกต่างกันออกไป จึงไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นซ้ำหรือมีอาการร่วมผิดปกติ

โรคหัวใจ สาเหตุสำคัญที่อันตรายที่สุด

หนึ่งในสาเหตุที่แพทย์เฝ้าระวังมากที่สุด คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะบางกรณีอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้

โรคที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • หลอดเลือดหัวใจตีบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจหนา
  • ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วรุนแรง
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเตือนก่อนวูบ เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหายใจลำบาก แต่บางรายอาจหมดสติกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน

แพทย์เตือนว่า หากวูบระหว่างออกแรง เดินเร็ว หรือออกกำลังกาย ควรรีบตรวจหัวใจโดยเร็ว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจที่มีความเสี่ยงสูง

โรคสมองและระบบประสาทก็ทำให้หมดสติได้

อาการวูบอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสมองและระบบประสาท เช่น

  • โรคลมชัก
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • สมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA)
  • ภาวะเลือดออกในสมอง

ในบางกรณีผู้ป่วยอาจไม่ได้มีอาการชักเกร็งชัดเจน แต่อาจมีอาการเหม่อ หลุดการรับรู้ หรือหมดสติช่วงสั้นๆ

หากมีอาการร่วม เช่น พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง ปวดศีรษะรุนแรง หรือชักหลังวูบ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที

ความดันต่ำ ขาดน้ำ และพักผ่อนน้อย

อีกสาเหตุที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน คือ ภาวะความดันโลหิตต่ำเฉียบพลัน โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน หรือผู้ที่พักผ่อนน้อย

ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ลุกขึ้นเร็วเกินไป
  • ดื่มน้ำน้อย
  • อดอาหาร
  • ท้องเสียหรือเสียเหงื่อมาก
  • นอนหลับไม่เพียงพอ
  • ทำงานหนักต่อเนื่อง

ผู้ป่วยมักมีอาการเตือนก่อนวูบ เช่น หน้ามืด เหงื่อออก ตัวเย็น คลื่นไส้ หรือมองเห็นภาพพร่า

ภาวะวูบจากระบบประสาทอัตโนมัติ

ภาวะ “vasovagal syncope” เป็นอาการวูบที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากระบบประสาทตอบสนองไวเกินไป ทำให้ความดันโลหิตและชีพจรลดลงชั่วคราว

มักเกิดในสถานการณ์ เช่น

  • ยืนนาน
  • อยู่ในที่ร้อนหรือแออัด
  • เห็นเลือด
  • เครียด ตกใจ หรือเจ็บปวดมาก
  • ไอหรือเบ่งแรง

แม้ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากเกิดบ่อยควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

ยา แอลกอฮอล์ และสารเสพติด เพิ่มความเสี่ยงวูบ

แพทย์ยังพบว่า ยาบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการวูบหรือหน้ามืดได้ โดยเฉพาะ

  • ยาลดความดัน
  • ยาขับปัสสาวะ
  • ยาต้านซึมเศร้า
  • ยารักษาต่อมลูกหมาก

รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด ซึ่งอาจกระทบต่อระดับความดันและจังหวะการเต้นของหัวใจ

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบไปโรงพยาบาล

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมีอาการวูบร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • หายใจเหนื่อยผิดปกติ
  • ใจสั่นรุนแรง
  • แขนขาอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว
  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
  • หมดสตินาน
  • มีอาการชัก
  • วูบซ้ำหลายครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ

โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

วิธีช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อมีคนวูบหมดสติ

หากพบคนใกล้ตัวมีอาการวูบ ควรช่วยเหลือเบื้องต้นดังนี้

  • ให้ผู้ป่วยนอนราบในจุดอากาศถ่ายเท
  • ยกขาสูงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เลือดไหลกลับไปเลี้ยงสมอง
  • คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น
  • ห้ามป้อนน้ำหรืออาหารทันทีขณะยังไม่รู้สึกตัว
  • หากไม่หายใจหรือคลำชีพจรไม่ได้ ให้รีบโทร 1669 และทำ CPR หากมีความรู้
  • อาการวูบไม่ควรมองข้าม

แม้อาการวูบหลายกรณีอาจเกิดจากความอ่อนล้าหรือขาดน้ำ แต่แพทย์ย้ำว่า การหมดสติไม่ใช่อาการปกติของร่างกาย โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นซ้ำ มีอาการร่วม หรือเกิดโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

เพราะบางโรค โดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคทางสมอง หากรักษาไม่ทันเวลา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง