วูบหมดสติเกิดจากอะไร? เปิดโรคเสี่ยงตั้งแต่หัวใจถึงสมองที่ไม่ควรมองข้าม

อาการ “วูบหมดสติ” หรือที่หลายคนเรียกว่า “เป็นลม ล้มพับ หน้ามืด” เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยบางครั้งอาจเกิดจากความอ่อนเพลียหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ในอีกหลายกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงเกี่ยวกับหัวใจ สมอง หรือระบบไหลเวียนเลือด
แพทย์ระบุว่า อาการหมดสติชั่วคราวส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอในช่วงเวลาสั้นๆ แต่สาเหตุจริงอาจแตกต่างกันออกไป จึงไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นซ้ำหรือมีอาการร่วมผิดปกติ
โรคหัวใจ สาเหตุสำคัญที่อันตรายที่สุด
หนึ่งในสาเหตุที่แพทย์เฝ้าระวังมากที่สุด คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะบางกรณีอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้
โรคที่พบได้บ่อย ได้แก่
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- หลอดเลือดหัวใจตีบ
- กล้ามเนื้อหัวใจหนา
- ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วรุนแรง
- ภาวะหัวใจล้มเหลว
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเตือนก่อนวูบ เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหายใจลำบาก แต่บางรายอาจหมดสติกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน
แพทย์เตือนว่า หากวูบระหว่างออกแรง เดินเร็ว หรือออกกำลังกาย ควรรีบตรวจหัวใจโดยเร็ว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจที่มีความเสี่ยงสูง
โรคสมองและระบบประสาทก็ทำให้หมดสติได้
อาการวูบอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสมองและระบบประสาท เช่น
- โรคลมชัก
- โรคหลอดเลือดสมอง
- สมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA)
- ภาวะเลือดออกในสมอง
ในบางกรณีผู้ป่วยอาจไม่ได้มีอาการชักเกร็งชัดเจน แต่อาจมีอาการเหม่อ หลุดการรับรู้ หรือหมดสติช่วงสั้นๆ
หากมีอาการร่วม เช่น พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง ปวดศีรษะรุนแรง หรือชักหลังวูบ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที
ความดันต่ำ ขาดน้ำ และพักผ่อนน้อย
อีกสาเหตุที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน คือ ภาวะความดันโลหิตต่ำเฉียบพลัน โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน หรือผู้ที่พักผ่อนน้อย
ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ลุกขึ้นเร็วเกินไป
- ดื่มน้ำน้อย
- อดอาหาร
- ท้องเสียหรือเสียเหงื่อมาก
- นอนหลับไม่เพียงพอ
- ทำงานหนักต่อเนื่อง
ผู้ป่วยมักมีอาการเตือนก่อนวูบ เช่น หน้ามืด เหงื่อออก ตัวเย็น คลื่นไส้ หรือมองเห็นภาพพร่า
ภาวะวูบจากระบบประสาทอัตโนมัติ
ภาวะ “vasovagal syncope” เป็นอาการวูบที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากระบบประสาทตอบสนองไวเกินไป ทำให้ความดันโลหิตและชีพจรลดลงชั่วคราว
มักเกิดในสถานการณ์ เช่น
- ยืนนาน
- อยู่ในที่ร้อนหรือแออัด
- เห็นเลือด
- เครียด ตกใจ หรือเจ็บปวดมาก
- ไอหรือเบ่งแรง
แม้ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากเกิดบ่อยควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
ยา แอลกอฮอล์ และสารเสพติด เพิ่มความเสี่ยงวูบ
แพทย์ยังพบว่า ยาบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการวูบหรือหน้ามืดได้ โดยเฉพาะ
- ยาลดความดัน
- ยาขับปัสสาวะ
- ยาต้านซึมเศร้า
- ยารักษาต่อมลูกหมาก
รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด ซึ่งอาจกระทบต่อระดับความดันและจังหวะการเต้นของหัวใจ
สัญญาณอันตรายที่ควรรีบไปโรงพยาบาล
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมีอาการวูบร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หายใจเหนื่อยผิดปกติ
- ใจสั่นรุนแรง
- แขนขาอ่อนแรง
- พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว
- ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
- หมดสตินาน
- มีอาการชัก
- วูบซ้ำหลายครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ
โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
วิธีช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อมีคนวูบหมดสติ
หากพบคนใกล้ตัวมีอาการวูบ ควรช่วยเหลือเบื้องต้นดังนี้
- ให้ผู้ป่วยนอนราบในจุดอากาศถ่ายเท
- ยกขาสูงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เลือดไหลกลับไปเลี้ยงสมอง
- คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น
- ห้ามป้อนน้ำหรืออาหารทันทีขณะยังไม่รู้สึกตัว
- หากไม่หายใจหรือคลำชีพจรไม่ได้ ให้รีบโทร 1669 และทำ CPR หากมีความรู้
- อาการวูบไม่ควรมองข้าม
แม้อาการวูบหลายกรณีอาจเกิดจากความอ่อนล้าหรือขาดน้ำ แต่แพทย์ย้ำว่า การหมดสติไม่ใช่อาการปกติของร่างกาย โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นซ้ำ มีอาการร่วม หรือเกิดโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
เพราะบางโรค โดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคทางสมอง หากรักษาไม่ทันเวลา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
