รีเซต

สิทธิบัตรทอง 30 บาท ครอบคลุม “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ครบวงจร

สิทธิบัตรทอง 30 บาท ครอบคลุม “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ครบวงจร
TNN ช่อง16
22 สิงหาคม 2569 ( 15:57 )
8

สิทธิบัตรทองครอบคลุม "โรคหลอดเลือดหัวใจ"

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI หรือ ST-Elevation Myocardial Infarction เป็นภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันรุนแรง 

ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและเปิดหลอดเลือดโดยเร็ว เนื่องจากความล่าช้าในการรักษาอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายเพิ่มขึ้น และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้

สิทธิบัตรทอง 30 บาทครอบคลุมบริการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การให้ยาละลายลิ่มเลือด การฉีดสีและสวนหัวใจ การเปิดหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน หรือ PCI (Percutaneous Coronary Intervention) ซึ่งอาจรวมถึงการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยัน ไปจนถึงการผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการที่จำเป็นโดยไม่ให้ค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคต่อการรักษา

นอกจากการรักษาแล้ว สิทธิบัตรทองยังครอบคลุมบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามกลุ่มวัย เพื่อค้นหาความเสี่ยงก่อนเกิดโรค โดยผู้มีอายุ 35 ปีขึ้นไปทุกสิทธิการรักษาสามารถรับบริการตรวจสุขภาพที่จำเป็นตามกลุ่มวัย ซึ่งรวมถึงการคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การคัดกรองความเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร

วมถึงการตรวจระดับไขมันในเลือด Total Cholesterol และ HDL ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริการ เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงและนำไปสู่การดูแลหรือปรับพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเหมาะสม เช็กสิทธิได้ง่ายๆ ที่แอปฯ เป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีปัองกันโรค

สำหรับผู้ป่วย STEMI วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และระยะเวลาที่สามารถเข้าถึงหน่วยบริการที่มีศักยภาพ หากสามารถเปิดหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวนแบบฉุกเฉิน หรือ Primary PCI ได้ทันเวลา ผู้ป่วยจะได้รับการส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่สามารถทำ PCI ได้ แต่หากไม่สามารถส่งต่อได้ทันและไม่มีข้อห้าม แพทย์อาจพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดก่อน แล้วส่งต่อเพื่อรับการรักษาต่อเนื่อง

ในส่วนของระบบบัตรทอง สปสช. สนับสนุนค่าใช้จ่ายและพัฒนากลไกการจ่ายให้เอื้อต่อการเข้าถึงบริการและการส่งต่อ โดยปีงบประมาณ 2568 มีหน่วยบริการในระบบที่มีศักยภาพให้ยาละลายลิ่มเลือด 949 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยรับส่งต่อเฉพาะด้าน PCI จำนวน 88 แห่ง รองรับการรักษาและการส่งต่อผู้ป่วยตามความจำเป็น

ข้อมูลรายงานประจำปี สปสช. ปี 2568 ระบุว่า มีผู้ป่วยสิทธิบัตรทองอายุ 15 ปีขึ้นไปเข้ารักษาด้วยโรค STEMI จำนวน 14,656 คน หรือ 38.54 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ในจำนวนนี้ 12,632 คน ได้รับยาละลายลิ่มเลือดและ/หรือทำ PCI คิดเป็นร้อยละ 86.20 เพิ่มจากปี 2552 ที่มีผู้ป่วยได้รับบริการดังกล่าว 2,332 คน หรือร้อยละ 27.71

สำหรับบริการยาละลายลิ่มเลือด ปี 2568 มีผู้ป่วยได้รับยา 2,951 คน รวม 3,006 ครั้ง เทียบกับปี 2567 ที่มีผู้รับบริการ 2,820 คน รวม 2,873 ครั้ง 

ทั้งนี้ การพิจารณาการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย STEMI ต้องดูทั้งการได้รับยาละลายลิ่มเลือดและการทำ PCI ร่วมกัน เนื่องจากทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเพื่อเปิดหลอดเลือดให้เร็วที่สุด โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ยอดป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจปี 2568

นอกจากนี้ ปี 2568 มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจได้รับบริการตรวจวินิจฉัยและรักษา 65,744 คน รวม 79,394 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นบริการฉีดสีและขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและ/หรือใส่ขดลวด 39,692 ครั้ง 

ขณะที่บริการผ่าตัดหัวใจมีหน่วยบริการที่มีศักยภาพ 70 แห่ง ให้บริการรวม 12,659 ครั้ง ครอบคลุมการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ การผ่าตัดลิ้นหัวใจ และการผ่าตัดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สปสช. จะเดินหน้าพัฒนากลไกการจ่ายและการบริหารกองทุนให้เอื้อต่อการรักษาและการส่งต่อ เพื่อให้ผู้มีสิทธิบัตรทองเข้าถึงบริการที่จำเป็นตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อย่างเหมาะสม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิบัตรทอง สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง

ภาพจาก สปสช.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง