เปลี่ยนของขวัญ “วาเลนไทน์” เป็น “สินทรัพย์ลงทุน” รักที่มีมูลค่าเพิ่ม

ในช่วงเทศกาล “วันวาเลนไทน์” ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เทศกาลที่มีต้นทาง หรือประวัติศาสตร์มาจากประเทศไทย แต่แน่นอนว่าคนไททยจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้ โดยเฉพาะคนที่มีความรัก หรืออยากที่จะมีคนรัก ล้วนแล้วแต่จัดเตรียมของขวัญไว้สำหรับเทศกาลนี้ เราจะพาทุกเปลี่ยนความคิดจากของขวัญวาเลนไทน์เดิม ๆ เป็นสินทรัพย์ลงทุน ว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่มากกว่าความรักได้อย่างไร
เมื่อพูดถึงเทศกาลวาเลนไทน์ เทศกาลแห่งความรัก ที่มีที่มาจากตำนานนักบุญวาเลนไทน์ ในช่วงศตวรรษที่ 3 ณ กรุงโรม ซึ่งฝ่าฝืนคำสั่งจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ที่ห้ามแต่งงาน เพื่อช่วยคู่รักคริสเตียนด้วยการจัดงานแต่งงานอย่างลับ ๆ จนถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อ 1750 ปีที่แล้ว ก่อนตายักบุญวาเลนไทน์ได้เขียนจดหมายลงท้ายว่า "From Your Valentine" เพื่อระลึกถึงความรักอันบริสุทธิ์
และถึงแม้ว่าตำนานแห่งความรักอันบริสุทธิ์นี้จะเกิดขึ้นอีกฟากโลกหนึ่ง แต่เทซกาลนี้ก็กลายเป็นเทศกาลที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญ รวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งหลาย ๆ คนคงทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า เทศกาลวาเลนไทน์เป็นเทศกาลสำหรับคู่รักที่จะได้แสดงความรักต่อกัน ซึ่งก็เกิดขึ้นได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารในบรรยากาศโรแมนติก รวมถึงการมอบของขวัญให้กับซึ่งกันและกัน
และแน่นอนว่าของขวัญที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลนี้ รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ที่เกิดขึ้นทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี นั่นก็คือดอกกุหลาบ และช็อคโกแลต รวมถึงเครื่องประดับที่มีมูลค่ามากมาย แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนความคิดจากการให้ของขวัญที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักกลายเป็นสินทรัพย์ลงทุนต่าง ๆ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากแค่ไหน
เริ่มกันที่สินทรัพย์ยอดนิยมที่สุดในเวลานี้อย่าง “ทองคำ” สินทรัพย์ลงทุนที่อยู่คู่ระบบเศรษฐกิจโลกมาอย่างยาวนาน และเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก โดยสมมติว่าถ้าเราซื้อทองคำแท่ง 1 บาททองคำ ในทุก ๆ ปีเพื่อมอบแทนความรักต่อเนื่อง 10 ปี จะมีต้นทุนรวมทั้งหมดสำหรับทองคำ 10 บาททองคำอยู่ที่ 292,150 บาท เมื่อเทียบกับราคาทองคำแท่งปัจจุบันที่ 74,500 บาท จะมีมูลค่ารวมทั้งหมด 745,000 บาท จะคิดเป็นผลตอบแทนถึง 155%
แต่ถ้าใครไม่ชอบทองคำ แต่นิยมในการลงทุนในหุ้น ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นหุ้นได้หลายตลาดทั่วโลก ซึ่งเราจะใช้ดัชนีของ S&P500 มาเป็นการคำนวนผลตอบแทน โดยสมมติว่าถ้าเราซื้อหน่วยลงทุนกองทุน SPDR S&P 500 ETF Trust หรือที่รู้จักกันในชื่อ SPY เป็นกองทุนรวมดัชนีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเหมือนกับ S&P500 โดยจะซื้อ 1 หน่วยลงทุน ในทุก ๆ ปีเพื่อมอบแทนความรักต่อเนื่อง 10 ปี จะมีต้นทุนรวมทั้งหมดสำหรับ 10 หน่วยลงทุนอยู่ที่ 4,694 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับราคาหน่วยลงทุน SPY ปัจจุบันที่ 697 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีมูลค่ารวมทั้งหมด 6,970 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะคิดเป็นผลตอบแทนถึง 48%
แต่ถ้าเปรียบเทียบเป็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหุ้นไทย เราจะใช้ดัชนีของ SET50 มาเป็นการคำนวนผลตอบแทน โดยสมมติว่าถ้าเราซื้อหน่วยลงทุนกองทุน SCBSET50 หรือกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET50 INDEX ชนิดสะสมมูลค่าซึ่งจะไม่มีการจ่ายเงินปันผลตอบแทน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ SET50 มาที่สุด โดยจะซื้อ 100 หน่วยลงทุน ในทุก ๆ ปีเพื่อมอบแทนความรักต่อเนื่อง 10 ปี เมื่อเทียบกับราคาหน่วยลงทุน SCBSET50 ปัจจุบันที่ 21 บาท จะมีมูลค่ารวมทั้งหมดสำหรับ 1,000 หน่วยลงทุนอยู่ที่ 21,000 บาท จะคิดเป็นผลตอบแทนถึง 53%
แต่ถ้าเป็นคู่รักที่มีความนิยมในสินทรัพย์ลงทุนสมัยใหม่ สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ “บิทคอยน์” หนึ่งในสินทรัพย์ที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 17 ปี ที่ได้รับการยอมรับในระบบเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยสมมติว่าถ้าเราซื้อบิทคอยน์ 1 เหรียญบิทคอยน์ ในทุก ๆ ปีเพื่อมอบแทนความรักต่อเนื่อง 10 ปี จะมีต้นทุนรวมทั้งหมดสำหรับบิทคอยน์ 10 เหรียญบิทคอยน์อยู่ที่ 574,597 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับราคาบิทคอยน์ปัจจุบันที่ 67,493 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีมูลค่ารวมทั้งหมด 674,930 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะคิดเป็นผลตอบแทนถึง 17%
จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนจากของขวัญวาเลนไทน์โดยทั่วไป นอกจากจะยังคงเป็นของขวัญแทนความรักได้แล้ว จะยังคงสามารถเป็นสินทรัพย์ลงทุนได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเราเทียบผลตอบแทนของสินทรัพย์ลงทุนหลักของโลกทั้งทองคำ หุ้น และบิทคอยน์ จะเห็นได้ว่าทุกสินทรัพย์สามารถเพิ่มมูลค่า หรือสามารถให้ผลตอบแทนได้เพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด
ซึ่งถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว การเปลี่ยนของขวัญวาเลนไทน์เป็นสินทรัพย์ลงทุนในทุก ๆ ปี ก็จะมีหลักการที่คล้ายกับการทำ DCA หรือ Dollar-Cost Averaging นั่นก็คือกลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยการทยอยลงทุนด้วย "จำนวนเงินที่เท่ากัน" ในสินทรัพย์ที่เลือก อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด แต่แตกต่างกันที่เราไม่ได้ใช้จำนวนเงินที่เท่ากัน แต่ใช้หน่วยของสินทรัพย์ลงทุนที่เท่ากันแทน ซึ่งในความเป็นจริงเราอาจจะใช้หลักการของ DCA ในการซื้อสินทรัพย์ลงทุนได้ด้วยเช่นเดียวกัน
การเปลี่ยนของขวัญวาเลนไทน์เป็นสินทรัพย์ลงทุน หรืออาจจะมีของขวัญวาเลนไทน์เหมือนเดิม แต่อาจจะเป็นสิ่งที่มีความหมายมากกว่าราคา และเพิ่มสินทรัพย์ลงทุนเข้าไปเพิ่มเติม จะเป็นการเริ่มต้นในการเก็บออมและลงทุนได้เป็นอย่างดี รวมถึงเป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้กับตนเอง และครอบครัวได้ ซึ่งนอกเหนือที่จะเป็นสื่อกลางในการแสดงความรักแล้ว ยังสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ในอนาคต
จะเห็นได้ว่าการใช้โอกาสสำคัญต่าง ๆ ในชีวิต เช่น ปีใหม่ วันเกิด หรือวันวาเลนไทน์ ในการเก็บออม และลงทุน เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนการเงินที่ทำได้ไม่ยาก และยังคงความหมายของของขวัญ หรือรางวัลสำหรับช่วงเวลาสำคัญเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์ เป็นการวางแผน และเตรียมพร้อมทางการเงินให้มั่นคงให้กับตนเอง คนที่เรารัก และครอบครัวได้ในอนาคต
เทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ อย่าลืมที่จะลองใช้กลยุทธ์ในการเปลี่ยน หรือเพิ่มสินทรัพย์ลงทุนเข้าไปเป็นของขวัญให้กับคนที่คุณรัก น่าจะสร้างความประทับใจกับคนที่ได้รับมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการเก็บออม และลงทุน จะต้องอาศัยความมีวินัย และความอดทนเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การเก็บออม และลงทุนนั้นสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
