ปม ING เฉือนขายหุ้น พื้นฐาน TTB ไม่สะทก

#TTB #ING #ทันหุ้น - ผ่าปม ING ขายบิ๊กล็อตใส่โครงการซื้อหุ้น TTB ลดสัดส่วนการลงทุน สแกนพื้นฐาน TTB ยังดีหรือไม่ กูรูย้ำชัดไม่กระทบบริหารหรือพื้นฐาน ชูคุณภาพสินทรัพย์แกร่ง และมีโอกาสลดการตั้งสำรองหนุนกำไรปี 2569 ทรงตัวราว 2 หมื่นล้านบาท ยังโดดเด่นเรื่องเงินปันผล Dividend Yield ราว 6% แนะนำ “ถือ” เป้าหมาย 2.40 บาท รับปี 2570 สิทธิพิเศษทางภาษีหมด
นางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุ การที่บริษัท ไอเอ็นจีแบงก์ เอ็น.วี. จำกัด ได้ดำเนินการจำหน่ายหุ้นของ บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB สัดส่วน 4.4635% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ส่งผลให้ภายหลังการทำรายการ ING คงเหลือการถือครองหุ้น TTB ในสัดส่วน 18.6361% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จากเดิมประมาณ 23.10% นั้น เป็นเพียงการขายเพื่อลดสัดส่วนการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย หลังจากถือครองมาเป็นระยะเวลานาน
“ตลอดระยะเวลาการถือครองหุ้น TTB ทาง ING ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ดังนั้นแม้ว่าจะขายหุ้นออกมา ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการใช้กลยุทธ์ซื้อหุ้นคืนเข้ามาพยุงราคาหุ้นไว้อีกด้วย”
@ส่องพื้นฐานแกร่ง
ด้านปัจจัยพื้นฐานของ TTB นางสาวอุษณีย์ ย้ำชัดว่ายังคงแข็งแกร่ง สามารถบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายสูง เบื้องต้นคาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ยังมีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมา แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนอาจชะลอตัวลง แต่คาดว่าธนาคารจะปรับลดวงเงินตั้งสำรองลง เนื่องจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ
“ปัจจัยพื้นฐานของ TTB ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวล เนื่องจากที่ผ่านมา ING ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการธนาคารมากนัก ปัจจุบัน TTB มีสภาพคล่องสูง จึงมีการกระจายการลงทุนไปในพันธบัตรเพื่อหาผลตอบแทน ทั้งยังได้รับประโยชน์จากช่วงดอกเบี้ยขาลงที่ผ่านมา ประกอบกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลกดีขึ้นในไตรมาส 2/2569 คาดว่าการตั้ง Credit Cost อาจลดลงและช่วยรักษาโมเมนตัมของกำไรได้”
ดังนั้นจึงคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ทำได้ราว 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดว่าอัตราผลตอบแทน (CAGR) มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 4.6% จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เหลืออยู่ 4.7 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 และจะหมดลงตั้งแต่กลางปี 2570 จึงแนะนำเพียง “ถือ” เพื่อรอรับเงินปันผล ราคาเหมาะสมที่ 2.40 บาท
เปิดสัดส่วนหุ้นแท้จริง
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าหลังจาก บริษัท ไอเอ็นจีแบงก์ เอ็น.วี. จำกัด ขายหุ้นบริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ออกมาจำนวน 4,089 ล้านหุ้นแล้ว ยังคงมีหุ้น TTB เหลืออยู่อีก 17,075 ล้านหุ้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 18.6361%
โดยราคาจำหน่ายหุ้นในครั้งนี้อยู่ที่ 2.26 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ TTB ใช้ในโครงการซื้อหุ้นคืนตามแผนระยะ 3 ปีด้วยวงเงินรวมทั้งสิ้น 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งการซื้อหุ้นคืนรอบนี้ TTB ได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนโดยรับซื้อหุ้นจำนวน 4,090 ล้านหุ้น จึงไม่ถือว่าเป็นการรับซื้อหุ้นจาก ING โดยตรง เนื่งอจากยังมีส่วนต่างประมาณ 1 ล้านหุ้นที่เป็นการรับซื้อจากผู้ถือหุ้นรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ราคาประมาณ 2.30 - 2.40 บาท
ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืน จนถึงปัจจุบัน TTB ได้ทำการซื้อหุ้นคืนมาแล้วประมาณ 1.3 หมื่นล้านหุ้น ใช้เงินไปแล้วรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ยังมีวเงินคงเหลืออีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 ถึงระยะเวลาสิ้นสุดโครงการในปี 2570
แนะ “เก็งกำไร” เป้า 2.40 บาท
สำหรับ TTB ยังคงความโดดเด่นเรื่องการจ่ายเงินปันผล โดยมี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 6% เบื้องต้นคาดการณ์อัตราการจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 0.13 - 0.14 บาทต่อหุ้น พร้อมคาดผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 จะมีรายได้จากเงินปันผล จากการลงทุนเข้ามาช่วยเสริม ขณะที่ไตรมาส 3/2569 จะเริ่มรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันและกองทุน แต่เนื่องจากปัจจุบันราคาจะขยับเข้าใกล้ราคาพื้นฐานที่ 2.40 บาท จึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
