INSET อิงเมกะเทรนด์โลก รัฐหนุนไทยเป็นฮับเซมิ

#INSET #ทันหุ้น - INSET รับรัฐตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ดึงเม็ดเงินลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท ส่งผลบวกต่อการลงทุนในไทยและส่งผลดีต่อบริษัทในการก่อสร้าง Data Center ชี้สงครามใกล้สิ้นสุดแต่ต้นทุนวัตถุดิบยังคงทรงตัว ชูแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ยังเติบโตได้ดี QoQ จากการทยอยส่งมอบงาน และเดินหน้าประมูลงานดันแบ็กล็อก 7 พันล้านบาท
นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ผู้ให้บริการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากประเด็นเรื่องการที่รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ โดยมีหมายเป้าดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2593 บริษัทจึงมองว่าการสนับสนุนของภาครัฐและความชัดเจนในการตั้งคณะกรรมการเป็นสัญญาณบวกที่จะดึงดูดการลงทุนและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศในภาพรวม
ซึ่งมองว่า Data Center คือ "โรงแรม" ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเซมิคอนดักเตอร์หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เปรียบเสมือนลูกค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่ ดังนั้นถึงแม้ว่าบริษัทจะไม่ได้เป็นคนใช้เซมิคอนดักเตอร์โดยตรงในการก่อสร้าง แต่ในท้ายที่สุดเมื่อมีการติดตั้ง Server หรือ คอมพิวเตอร์ใน Data Center อุปกรณ์เหล่านั้นก็ต้องมีเซมิคอนดักเตอร์เป็นส่วนประกอบสำคัญอยู่ดีจึงถือเป็นประโยชน์ทางอ้อมต่อบริษัท
@ต้นทุนวัตถุดิบยังสูง
ในส่วนของประเด็นที่รัฐบาลมีความพยายามในการแก้ไขกฎหมายที่เป็นคอขวดเพื่อให้เข้ามาลงทุนในไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีหากได้นักลงทุนที่มีคุณภาพ แต่มีความกังวลเรื่องการทำ One Stop Service ในไทยว่ายังทำได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก การเข้ามาสร้างโรงงานจริงๆ มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น ต้องประสานงานกับการไฟฟ้า การประปา และผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ
ขณะที่ข่าวเรื่องภาวะสงครามอาจกำลังจะคลี่คลายลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบในปัจจุบันของบริษัทยังคงปรับตัวสูงขึ้นในบางรายการ ซึ่งราคาวัตถุดิบอาจไม่ได้ลดลงในทันที่ เนื่องจากกลไกการปรับลดราคาและกระบวนการแข่งขันในตลาด ขึ้นอยู่กับทางซัพพลายเออร์เป็นหลักว่าจะมีการปรับลดราคาลงตามสภาวะตลาดหรือไม่
โดยธรรมชาติแล้วเมื่อต้นทุนลดลง ผู้ขายมักจะยังไม่ลดราคาขายในทันทีและยังคงราคาขายไว้เท่าเดิมเพื่อรักษาผลกำไร จนกว่าจะเกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ทำให้คู่แข่ง ต้องแข่งขันกันลดราคาลงก่อน ต้นทุนจึงจะปรับตัวลงตาม ซึ่งในระยะยาวมีโอกาสที่ต้นทุนจะถูกลงได้ผ่านการต่อรอง ดังนั้นบริษัทยังคงเผชิญกับสถานการณ์ต้นทุนขาขึ้น และกำลังรอจังหวะให้ต้นทุนลดลงมาตามกลไกตลาด
@Q2 โตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทยังมีทิศทางที่ดีและมีโอกาสเติบโตโดดเด่นกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากมีงานโครงการต่างๆ เข้ามาใหม่ รวมถึงทยอยส่งมอบงานตามสัญญาเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า ทั้งนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการยื่นประมูลและรอผลอยู่อีก 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7,527 ล้านบาท
แบ่งเป็นโครงการ Data Center และ Hyperscale Data Center จ้านวน 5 โครงการ, งานด้านโทรคมนาคมและงานระบบรวม (SI) จำนวน 3 โครงการ และงานบำรุงรักษา จำนวน 1 โครงการ โดยบริษัทคาดว่าภายในปีนี้จะทราบผลการประมูลประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 3-4 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,000 - 4,000 บาท และจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ไตรมาส 2 นี้
ดังนั้นบริษัทจึงคาดว่ามูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี 2569 มีโอกาสที่จะขึ้นไปแตะระดับ 6,000 - 7,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมี Backlog รวมทั้งสิ้น 5,038 ล้านบาท หากชนะการประมูลตามแผน และบริษัทยังมีความคาดหวังรวมถึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลประกอบการทั้งรายได้และกำไรในปีนี้ทำจุดสูงสุดใหม่ (AI Time High) หากสามารถส่งมอบงานได้ตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ในสัญญา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
