ราคาทองคำรอย่อซื้อ รับ 4,260 ต้าน 4,360 ตัดขาดทุน 4,250

คลาสสิก ออสสิริส ประเมินทองคำรับปัจจัยบวกเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว แนะกลยุทธ์เข้าเก็งกำไรฝั่ง Long พร้อมเปิดจุดเข้าซื้อและทำกำไรทั้งทองคำ Spot และทองไทย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ประเมินทิศทางตลาดทองคำว่า ราคาทองคำเริ่มมีการฟื้นตัวและสามารถยืนไม่หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ได้ ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์หนุนเงินเฟ้อลดลง
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในระยะสั้น หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านลงนามหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน ส่งผลให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อม และคาดว่าเรือขนส่งน้ำมันที่ตกค้างกว่า 118 ลำในช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถระบายออกได้ภายใน 15 วัน ปัจจัยนี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และกดดันให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงตามไปด้วย
จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีน้อยลง โดยประเมินว่าในปีนี้เฟดอาจมีมติคงอัตราดอกเบี้ย หรือหากมีการปรับลดดอกเบี้ยก็อาจเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ ท่าทีของคุณเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ตัวแทนคณะกรรมการเฟดที่เข้ามาในโควตาของทรัมป์ ยังสะท้อนมุมมองที่ไม่ต้องการให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเกินไปจนกระทบภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ
แนะกลยุทธ์ "ย่อซื้อ" (Long) ได้เปรียบกว่า
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้ แนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะเข้าซื้อ (Long) จะมีความได้เปรียบมากกว่าเมื่อราคาย่อตัวลงมา โดยมีจุดพิจารณาที่สำคัญ ดังนี้
ทองคำ Spot
จุดเข้าซื้อ: 4,260 ดอลลาร์ และ 4,280 ดอลลาร์
เป้าหมายทำกำไร (Take Profit): 4,300 ดอลลาร์, 4,330 ดอลลาร์ และ 4,360 ดอลลาร์
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 4,250 ดอลลาร์
ทองคำไทย
จุดเข้าซื้อ: 66,200 บาท และ 66,500 บาท
เป้าหมายทำกำไร (Take Profit): 67,300 บาท และ 67,700 บาท
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 66,000 บาท
จับตา GDP สหรัฐฯ ชี้ชะตาทองคำระยะกลาง
นายธนะเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายราคาทองคำต่างประเทศในปีนี้มองไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การจะปรับตัวขึ้นถึงระดับดังกล่าว หรือทะลุผ่าน 4,500 ดอลลาร์ไปได้นั้น ขึ้นอยู่กับตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2 ของสหรัฐฯ เป็นสำคัญ หากตัวเลข GDP หดตัวหรือติดลบจากผลกระทบของสงคราม จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ได้
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ดี เม็ดเงินอาจไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แทน นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องเฝ้าระวังข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอย่างใกล้ชิด หากเกิดการปะทะกัน อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และส่งผลให้การลดดอกเบี้ยของเฟดเป็นไปได้ยากขึ้นอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
