ครม.ไฟเขียวแพ็กเกจภาษีใหญ่ สกัดเลี่ยงภาษีข้ามชาติ-ลดหัก ณ ที่จ่าย 1% อุ้มเอกชน 2.7 หมื่นล้าน

#ทันหุ้น ครม. ไฟเขียวมาตรการภาษีชุดใหญ่ เดินหน้าแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีบริษัทข้ามชาติสกัดการเลี่ยงภาษี เริ่มมิ.ย.70 คาดรายได้เพิ่ม 1 หมื่นล้าน พร้อมลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์เหลือ 1% เสริมสภาพคล่องเอกชนกว่า 2.7 หมื่นล้าน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีที่สำคัญหลายประการ โดยมุ่งเน้นทั้งการยกระดับมาตรฐานภาษีระหว่างประเทศ และการออกมาตรการกระตุ้นสภาพคล่องภายในประเทศผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
มาตรการแรก คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีระหว่างประเทศ (Global Minimum Tax) โดยครม. มีมติเห็นชอบตามพันธะกรณีระหว่างประเทศในฐานะภาคีสมาชิกของ OECD เพื่อสกัดกั้นการหลบเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับองค์กรระหว่างประเทศและประเทศภาคีสมาชิกจะเริ่มในเดือนมิถุนายน 2570
ทั้งนี้ กำหนดภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำที่อัตราในการจัดเก็บที่15% (Top-up Tax) สำหรับธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ โดยรัฐบาลจะใช้กลไกภาษีส่วนเพิ่มเพื่อจัดเก็บภาษีจากบริษัทที่เดิมเคยใช้ช่องโหว่ไปตั้งบริษัทในเขตภาษีต่ำหรือ "สวรรค์แห่งภาษี" (Tax Havens)ซึ่งกรมสรรพากรคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยสร้างรายได้เข้าสู่รัฐประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี
สำหรับบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งเดิมเสียภาษีต่ำกว่า 15% อาจมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับ เช่น การให้เงินอุดหนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือการให้เครดิตภาษี (Tax Credit) ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขประมวลรัษฎากรในอนาคต
มาตรการที่สอง คือ มาตรการลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e -Withholding Tax) เพื่อเป็นการช่วยเหลือสภาพคล่องให้แก่ภาคเอกชน โดยครม. ได้อนุมัติขยายมาตรการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยให้ปรับลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ปกติจัดเก็บ 5%, 3%, หรือ 2% ตามประเภทรายได้ให้เหลือเพียง 1% หากทำรายการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมาตรการนี้จะใช้ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2570 คาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียนให้กับภาคเอกชนได้ประมาณ 27,000 ล้านบาท
มาตรการที่สาม คือ มาตรการส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่โลกยุคใหม่ที่เป็นดิจิทัลทั้งหมด โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการลงระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบ หรือค่าจ้างทำระบบ e-Tax Invoice มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการลดการเก็บเอกสารในรูปแบบกระดาษ
มาตรการที่สี่ คือ มาตรการลดหย่อนภาษีด้านการศึกษาและการกีฬา (e-Donation) โดยครม.เห็นชอบการส่งเสริมการบริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนภาคสังคม ซึ่งสามารถนำจำนวนเงินที่บริจาคมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าโดยให้สิทธิประโยชน์นี้ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2570
“มาตรการทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการขยายฐานภาษีจากบริษัทข้ามชาติที่เคยหลบเลี่ยงภาษี พร้อมกับการใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยลดภาระและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการในไทยไปพร้อมกัน”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
