รีเซต

เปิดสาเหตุน้ำทะเลหนุนสูง เมืองชายฝั่งทะเลเสี่ยงน้ำท่วม

เปิดสาเหตุน้ำทะเลหนุนสูง เมืองชายฝั่งทะเลเสี่ยงน้ำท่วม
TNN ช่อง16
4 มกราคม 2569 ( 14:07 )
10

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เกี่ยวกับปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงท่วมเมืองชายฝั่งทะเล น่ากลัวกว่าที่คิด เพราะอะไรและควรจัดการอย่างไร?

1.การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเกิดขึ้น เนื่องจากการละลายของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก ยังรวมถึงการขยายตัวตามธรรมชาติของน้ำเมื่ออุณ หภูมิสูงขึ้น ทั้งสองอย่างเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล 

จากรายงานปี 2018ที่เผยแพร่โดย

โครงการวิจัยสภาพภูมิอากาศโลกหรือ WCRP (World Climate Research Programme) ระบุว่า 42% ของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเกิดจากการขยายตัวของน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นโดยมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นเป็นตัวขับเคลื่อน และ 21% มาจากการละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลก ในขณะที่ 23% เกิดจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์และแอนตาร์ก ติกา

2.ในช่วง20 ปีที่ผ่านมาระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นได้ ทำให้ปัญหาน้ำท่วมชาย ฝั่งรุนแรงขึ้นส่งผลให้มีคนทั่วโลกที่อา ศัยอยู่ในชุมชนชายฝั่งเพิ่มขึ้นอีก 14 ล้านคน ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการถูกน้ำท่วม.

ข้อมูลปี 2023 หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกยังคงดำเนินไปในอัตราปัจจุบัน มีการคาดการณ์ว่าภาย ในสิ้นศตวรรษนี้ จำนวนผู้คนที่ได้รับผล กระทบจากน้ำท่วมชายฝั่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 73 ล้านคน 

3.ประเทศไทยถูกน้ำทะเลกัดเซาะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะอ่าวไทยตอนล่าง(สงขลา นครศรีธรรมราช) และ กรุงเทพฯ (บางขุนเทียน) ที่มีการกัดเซาะรุนแรง (5-10+ เมตร/ปี) สูญเสียที่ดินหลายพันไร่ นอกจากนี้จากการคาดการณ์จากหน่วยงานวิจัยหลายสำนักพบว่าว่าภายในปี 2030 กรุงเทพฯและปริมณฑล (สมุทรปราการ, สมุทร สาคร)จะประสบปัญหาน้ำทะเลหนุนรุน แรงจนอาจรับมือได้ยากขึ้น และภายในปี 2100 พื้นที่ลุ่มต่ำในภาคกลางอาจจมอยู่ใต้น้ำถาวร ทำให้จังหวัดอย่าง ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี กลายเป็นจังหวัดติดทะเล.

ปัจจุบันวันข้างขึ้นและข้างแรม 15 ค่ำ น้ำทะเลจะหนุนสูงท่วมจังหวัดแนวชาย ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรงเทพ น้ำทะเลหนุนขึ้นมาเข้าใกล้เขตเศรษฐกิจไปทุกขณะ

4.สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล คือการขยายตัวทางความร้อนที่เกิดจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงขึ้น โลกกำลังร้อนขึ้นส่วนใหญ่มาจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกซึ่งปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดย90%ของก๊าซเหล่านี้ถูกดูดซับโดยมหาสมุทรทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในมหาสมุทรและเกิดการขยายตัวของปริมาตรในเวลาต่อมา

5. มาตรการบรรเทาผลกระทบต้องมุ่งไปที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก,การพัฒนาพลังงานสะอาด,การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม,การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับมือกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะ นอกจากนี้ นโยบายการใช้ที่ดินที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีอยู่ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและการส่งเสริมการเติบ โตของป่าใหม่. ปัจจุบันทั่วโลกป่าไม้ดูดซับก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เกือบ16 พันล้านตันต่อปีและกักเก็บคาร์บอนไว้ 861กิกะตันในกิ่งก้าน ใบ รากและดิน การกักเก็บคาร์บอนนี้ช่วยลดความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ จึงช่วยบรรเทาการเร่งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในมหาสมุทร การละลายของธารน้ำแข็งและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

6.มาตรการปรับตัว เช่น การสร้างโครง สร้างพื้นฐานเพื่อปกป้องชุมชนที่เสี่ยงภัย ,การปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะดูดซับ นอกจากนี้การก่อสร้างกำแพงกันคลื่นที่สร้างขนานไปกับแนวชายฝั่งเพื่อลดน้ำท่วม ป้องกันการกัดเซาะและป้องกันคลื่นพายุซัดฝั่งได้ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างสิ่งกีดขวางดังกล่าวเป็นงานที่ซับซ้อนและต้องมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ข้อเสียอีกประการหนึ่งคือแรงของน้ำที่กระทบกับกำแพงใหม่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงขึ้นในพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือการป้องกันของกำแพงรวมทั้งทำให้เกิดการกัดเซาะบริเวณอื่นๆได้

7.มาตรการการคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง

พื้นที่ชุ่มน้ำทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำธรรมชาติ ดูดซับและกักเก็บน้ำท่วมไว้ชั่วคราวด้วยความสามารถในการชะลอและควบคุมการไหลของน้ำท่วมลงสู่แม่น้ำและลำธาร พื้นที่ชุ่มน้ำจึงมีบท บาทสำคัญในการลดความรุนแรงของน้ำท่วมและการกัดเซาะในพื้นที่ปลายน้ำ การลดระดับน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ชุ่มน้ำจึงเป็นเสมือนเกราะป้องกันที่สำคัญ ช่วยปกป้องผู้คน ทรัพย์สิน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่เกษตรกรรมจากผลกระทบที่ทำลายล้างของน้ำท่วม หน้าที่ในการป้องกันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชายฝั่งที่เปราะบางเท่านั้นแต่ยังก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

8.มาตรการการย้ายถิ่นฐานของชุมชน

เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การย้ายถิ่นฐานออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นกลยุทธ์การรับมือที่เหมาะสม เช่น รัฐบาลฟิจิวางแผนที่จะย้ายหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเนื่องจากภัยคุก คามจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น 

ในปี 2014 ชาวบ้านชาวฟิจิประมาณ 140 คนจากหมู่บ้านวูนิโดโกโลอา บนเกาะวานัวเลวู ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญในการละทิ้งบ้านเรือนของตน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการย้ายถิ่นฐานไปยังพื้นที่ภายในแผ่นดินในวงกว้าง ปัจจุบันรัฐบาลได้ระบุหมู่บ้านมาก กว่า 40 แห่งที่จะถูกย้ายถิ่นฐานในอีกห้าถึงสิบปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง