วิกฤตไฟป่าสหรัฐฯลามหนัก ขนาดฝนถล่มก็เอาไม่อยู่ เผาบ้านวอดกว่า 100 หลังแล้ว

ฝนตกหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วยชะลอการลุกลามของไฟป่าขนาดใหญ่ 2 จุดในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้บางส่วน หลังไฟป่าทำลายบ้านเรือนไปแล้วมากกว่า 100 หลัง
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานป่าไม้ของรัฐจอร์เจียระบุว่า ปริมาณฝนดังกล่าว “ยังไม่เพียงพอที่จะดับไฟได้” และในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องเข้าควบคุมไฟป่าใหม่อีก 10 จุดทั่วรัฐที่กำลังเผชิญภัยแล้ง
ไฟป่าที่รุนแรงที่สุดคือ “ไพน์แลนด์ โรด” เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 130 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 81,000 ไร่ และทำลายบ้านเรือนประชาชนไปอย่างน้อย 35 หลัง ในพื้นที่ป่าไม้หนาแน่นทางตอนใต้ของรัฐ ใกล้พรมแดนฟลอริดา ซึ่งกำลังเผชิญไฟป่าเช่นกัน โดยพื้นที่ดังกล่าวมีซากต้นไม้แห้งจำนวนมากจากผลกระทบของเฮอริเคนเมื่อปี 2567 ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก
ขณะที่ไฟป่า “ไฮเวย์ 82” ซึ่งเริ่มปะทุตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 90 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 56,000 ไร่ และทำลายบ้านเรือนประชาชนไปอย่างน้อย 87 หลัง โดยสามารถควบคุมได้เพียง 6% เท่านั้น
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ไฟป่ามีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีลมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เบื้องต้นเชื่อว่า ไฟป่าไฮเวย์ 82 เกิดจากลูกโป่งฟอยล์ไปสัมผัสสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้วัสดุแห้งบนพื้นดิน ส่วนไฟป่าไพน์แลนด์ โรด คาดว่าเกิดจากประกายไฟระหว่างการเชื่อมโลหะ
ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เผชิญไฟป่าจำนวนมากผิดปกติ โดยเฉพาะในรัฐจอร์เจียและฟลอริดาที่มีไฟป่ามากกว่า 150 จุด
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ความเสี่ยงไฟป่าเพิ่มสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งภัยแล้งรุนแรง ลมกระโชกแรง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงซากพืชแห้งจำนวนมาก
ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากไฟป่าในรัฐจอร์เจีย แต่ในรัฐฟลอริดา มีอาสาสมัครนักผจญเพลิงเสียชีวิต 1 ราย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ควบคุมไฟป่า จากเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
