รีเซต

ปะการังบราซิลวิกฤต! โลกร้อน-มนุษย์รุมทำลาย หายไปแล้ว 15% ใน 18 ปี

ปะการังบราซิลวิกฤต!  โลกร้อน-มนุษย์รุมทำลาย  หายไปแล้ว 15% ใน 18 ปี
TNN ช่อง16
30 เมษายน 2569 ( 11:00 )
13

แนวปะการังอับโรลยูส (Abrolhos) ของบราซิล ซึ่งถือเป็นระบบนิเวศปะการังที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ หลังผลวิจัยล่าสุดเผยว่า พื้นที่ปะการังลดลงราว 15% ภายในเวลาเพียง 18 ปี จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของมนุษย์


 นักวิจัยจากนครรีโอเดจาเนโรเปิดเผยว่า คลื่นความร้อนในทะเลที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ปะการังฟอกขาว” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปะการังขับสาหร่ายที่อาศัยอยู่ร่วมกันออกไป ส่งผลให้สุขภาพของปะการังเสื่อมถอยอย่างถาวร

 

โรดริโก เลเอา เด มูรา นักชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยสหพันธ์รีโอเดจาเนโร อธิบายว่า แม้ปะการังบางส่วนจะกลับมามีสีได้ แต่ภายในกลับเกิดภาวะเนื้อตายและโรคต่าง ๆ จนยังคงทยอยตายในที่สุด

 

แนวปะการังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตราว 1 ใน 4 ของทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า หากต้องการให้ปะการังฟื้นตัว โลกจำเป็นต้องเร่งลดอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 องศาเซลเซียสจากยุคก่อนอุตสาหกรรม

 

ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ของสหประชาชาติและสหภาพยุโรประบุว่า ปัจจุบันอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 1.3-1.4 องศาเซลเซียส

 

การศึกษาที่ติดตามแนวปะการังอับโรลยูสตั้งแต่ปี 2006-2023 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารของราชสมาคมอังกฤษ พบการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของปะการังอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะ “ปะการังกิ่ง” ขนาดใหญ่ที่เคยเป็นโครงสร้างหลักของแนวปะการัง กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ปะการังชนิดนี้ถูกแทนที่ด้วยสายพันธุ์ที่เติบโตเร็วกว่า แต่มีคุณค่าทางระบบนิเวศต่ำกว่า ทำให้โครงสร้างแนวปะการังอ่อนแอลง

 

นอกจากนี้ กิจกรรมของมนุษย์ยังซ้ำเติมสถานการณ์ โดยเฉพาะการขุดลอกช่องทางเดินเรือบริเวณท่าเรือคาราเวลาส ที่ทำให้ตะกอนฟุ้งกระจายในน้ำ ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและทับถมปะการัง


แม้จะมีการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ทางทะเลในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการเสื่อมถอยได้ สะท้อนว่า มาตรการระดับท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศระดับโลก


แนวปะการังแห่งนี้ยังเป็นแหล่งสำคัญด้านเศรษฐกิจ ทั้งการประมง การท่องเที่ยว และการจ้างงานของชุมชนชายฝั่ง โดยนักชีววิทยาระบุว่า หากแนวปะการังล่มสลาย ผลกระทบจะลุกลามไปไกลกว่าระบบนิเวศทางทะเล


 การลดลงของแนวปะการังอับโรลยูสไม่เพียงสะท้อนวิกฤตของธรรมชาติ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบของโลกร้อนและกิจกรรมมนุษย์ที่กำลังคุกคามทั้งระบบนิเวศและเศรษฐกิจชายฝั่ง หากไม่เร่งแก้ไข ปัญหาอาจลุกลามจนกระทบความหลากหลายทางชีวภาพของทั้งชายฝั่งบราซิลในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง