รีเซต

สรรพสามิตเชื่อมข้อมูลดิจิทัลธุรกิจน้ำมัน ปูทางเก็บภาษีคาร์บอน

สรรพสามิตเชื่อมข้อมูลดิจิทัลธุรกิจน้ำมัน ปูทางเก็บภาษีคาร์บอน
ทันหุ้น
20 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:36 )
9

#ทันหุ้น กรมสรรพสามิตเดินหน้าปฏิรูปดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลบริษัทน้ำมันรายใหญ่ 18 แห่ง วางรากฐานจัดเก็บ "ภาษีคาร์บอนเต็มรูปแบบ มุ่งยกระดับไทยสู่ Green Economy ตามมาตรฐานสากล เริ่มทดสอบระบบ 20 มี.ค.นี้

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศความพร้อมในการพลิกโฉมระบบการจัดเก็บภาษีน้ำมัน จากระบบกระดาษสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับโรงอุตสาหกรรมและผู้ให้บริการน้ำมันรวม 18 ราย เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลโดยตรง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ และเตรียมความพร้อมรองรับการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ภายใต้ร่าง ... Climate Change ในอนาคต

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ที่ผ่านมา การจัดเก็บภาษีน้ำมันและกระบวนการที่เกี่ยวข้องยังคงใช้"ระบบกระดาษและแรงงานคนจำนวนมากในการบันทึกและคีย์ข้อมูล ซึ่งมีความล่าช้าและเกิดภาระงานทั้งฝั่งเจ้าหน้าที่และภาคเอกชน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นการนำข้อมูลจากโรงอุตสาหกรรมต้นทางเชื่อมตรงสู่กรมสรรพสามิต ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในหลายด้าน ประกอบด้วย

1.การคืนภาษีที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการเก็บภาษีซ้ำซ้อนและต้องดำเนินการคืนภาษี คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 5% ของภาษีรวม ระบบใหม่นี้ จะช่วยให้คำนวณและคืนภาษีได้รวดเร็วแม่นยำขึ้น

2.เป้าหมายการจัดเก็บแบบ "ยอดสุทธิ" โดยในอนาคตเมื่อระบบเสถียร กรมฯ ตั้งเป้าจะคำนวณภาษีเป็นยอดสุทธิตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดภาระการขอคืนภาษีให้เหลือศูนย์

เขากล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลครั้งนี้คือการเตรียมความพร้อมรองรับการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในยุค Green Economy โดยกรมสรรพสามิตจะใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลนี้ในการประมวลผลเพื่อกำหนด "สัดส่วนคาร์บอนต่อราคาน้ำมันให้มีความแม่นยำและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ การมีฐานข้อมูลที่เป็นรูปธรรมและตรวจสอบได้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมไทยในการอ้างอิงข้อมูล คาร์บอนเครดิต เพื่อผ่านกระบวนการตรวจสอบของสากล เช่น CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ทำให้สินค้าไทยมีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ทั้งนึ้ กรมสรรพสามิตได้วางกำหนดการทดสอบและใช้งานระบบไว้ ดังนี้  วันที่ 20 มีนาคม 2569 จะเริ่มต้นทดลองใช้ระบบ (Pilot Test) กับบริษัทที่ลงนาม MOU จากนั้น กลางปี 2569 (ประมาณ 3-4 เดือนหลังเริ่มทดลอง) จะประเมินผลและปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ

กลางปี 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มรันระบบดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลจริงเต็มรูปแบบและรองรับกฎหมายใหม่ Climate Change แม้ปัจจุบันกรมสรรพสามิตจะใช้กฎหมายภาษีสรรพสามิตเดิมในการบริหารจัดการ แต่การเตรียมฐานข้อมูลดิจิทัลนี้เป็นการทำเพื่อรองรับ ร่าง ... Climate Change ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะให้อำนาจกรมสรรพสามิตโดยตรงในการจัดเก็บภาษีคาร์บอนอย่างเต็มรูปแบบ 100% การยกระดับ (Up Level) ระบบข้อมูลในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการลดการใช้กระดาษ แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างยั่งยืนและมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง