รีเซต

“ทรีนีตี้” มองหุ้นไทย Q3/69 ที่ 1,590 จุด แนะเก็บหุ้นโรงไฟฟ้า-แบงก์-โรงพยาบาล

“ทรีนีตี้” มองหุ้นไทย Q3/69 ที่ 1,590 จุด แนะเก็บหุ้นโรงไฟฟ้า-แบงก์-โรงพยาบาล
ทันหุ้น
29 มิถุนายน 2569 ( 15:41 )
12

#ทันหุ้น – บล.ทรีนีตี้ ประเมินทิศทางการลงทุนไตรมาส 3/69 ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของรอบฟื้นตัว หรือ “Late-cycle rally” และมีโอกาสเป็นแรงเร่งรอบสุดท้าย (Final Push) ก่อนเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของนโยบายการเงินโลก โดยมองว่าหากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดกังวลในช่วงนี้ จะเปิดโอกาสให้สินทรัพย์เสี่ยงเดินหน้าต่อได้อีกระยะ

ฝ่ายวิจัยระบุว่า แม้ตลาดได้ทยอยรับข่าวดีไปมากแล้ว ทั้งการคลี่คลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะดอกเบี้ยต่ำ แต่ภาพรวม Valuation ของตลาดหุ้นหลักยังไม่ได้ตึงตัวจนเกินไป ประกอบกับประมาณการกำไรของหลายตลาดยังถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับตลาดหุ้นไทย มองว่ามีโอกาสเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของไตรมาสที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังมีโมเมนตัมบวกจากการส่งออก และแรงกดดันจากประเด็นภาษีสหรัฐต่อสินค้ากลุ่มนี้ยังจำกัด ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA มีโอกาสฟื้นตัวหลังผ่านแรงกดดันด้านน้ำหนักดัชนีไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ทรีนีตี้เตือน 4 ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การกลับมาของความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์, การยกระดับสงครามการค้า, ความเสี่ยงจากการปิดสถานะ Yen Carry Trade และเงินเฟ้อโลกที่อาจสูงนานกว่าคาด ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลก

ด้านสภาพคล่องตลาดหุ้นไทย มองว่าแรงซื้อจากต่างชาติอาจยังไม่กลับมาเด่นชัด จากระดับ Earning Yield Gap ที่อยู่ต่ำ แต่ยังมีแรงพยุงจากสภาพคล่องในประเทศ การเติบโตของปริมาณเงิน (M2) และพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนของนักลงทุนภายในประเทศ

ในเชิงมูลค่า ฝ่ายวิจัยมองว่าภาพตลาดไทยยัง “ขัดแย้ง” หากรวม DELTA จะเห็น Valuation ค่อนข้างแพง แต่หากตัดผลกระทบของ DELTA ออก ตลาดยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดย Forward PE อยู่เพียง 12.2 เท่า และ Dividend Yield คาดหวังสูงถึง 4.7% สะท้อนโอกาสเกิด Sector Rotation ไปยังหุ้นที่ยัง Laggard และมีมูลค่าน่าสนใจกว่า

**มองโอกาสทะลุ 1,610 จุดไม่ง่าย

ทั้งนี้ ประเมินกรอบดัชนี SET ไตรมาส 3 ปี 2569 กรณีดีที่สุดอยู่ที่ 1,590 จุด กรณีฐาน 1,480 จุด และกรณีแย่สุด 1,380 จุด พร้อมมองว่าโอกาสขึ้นทะลุจุดสูงสุดเดิมบริเวณ 1,610 จุดยังไม่ง่าย

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 3/69 ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักแนวทาง Sector Rotation และ Stock Selection เป็นหลัก โดยมองว่าในช่วงต้นไตรมาส กลุ่มเทคโนโลยีโลกยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง ขณะที่โมเมนตัมการส่งออกของไทยยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้ยังควรคงสัดส่วนการลงทุนบางส่วนไว้ในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของไตรมาส ซึ่งแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจมีความชัดเจนมากขึ้น นักลงทุนควรทยอยโยกเม็ดเงินไปยังกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับและมีโอกาสรับประโยชน์จากวัฏจักรเศรษฐกิจในระยะถัดไป

สำหรับหุ้นเด่นรายกลุ่มที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ ประกอบด้วย

-กลุ่มโรงไฟฟ้า รับอานิสงส์ต้นทุนพลังงานลดลง และกระแสลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ได้แก่ GULF, BGRIM และ GPSC

-กลุ่มธนาคาร คาดกลับมาเป็นเป้าหมายการลงทุนจากแรงหนุนเงินปันผลระหว่างกาล ได้แก่ BBL, KKP, KBANK และ SCB

-กลุ่มโรงพยาบาล ผ่านจุดต่ำสุดของแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเข้าสู่ช่วง High Season ได้แก่ BH, BDMS และ CHG

-กลุ่มเครื่องดื่ม รับอานิสงส์อากาศร้อนจากปรากฏการณ์ Super El Niño และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ลดลง ได้แก่ OSP, ICHI และ SAPPE

-กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจปศุสัตว์ที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของราคาสุกร และแนวโน้มต้นทุนอาหารสัตว์ที่ทยอยปรับตัวลดลงอาทิ CPF, TFG, BTG

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง