รีเซต

CK ลุยงานรัฐ-ชิง AOT รับผลดีเกณฑ์ใหม่ค่า K

CK ลุยงานรัฐ-ชิง AOT รับผลดีเกณฑ์ใหม่ค่า K
ทันหุ้น
29 มิถุนายน 2569 ( 02:30 )

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ช การช่าง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ประกาศแผนพัฒนาศักยภาพของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง (สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, หาดใหญ่, เชียงใหม่, เชียงราย) ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577

โดยโครงการเร่งด่วนระยะ 5 ปี แรกคาดว่าจะใช้งบประมาณการลงทุนราว 8-9 หมื่นล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) เฟสที่ 1 ควบคู่กับโครงการอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) เฟสที่ 1 รวมถึงการทยอยปิดซ่อมอาคารผู้โดยสารหลัก และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง เฟส 3 มูลค่า 6.3 พันบ้านบาท

อีกทั้งยังมีแผนเพิ่มศักยภาพ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง และท่าอากาศยานหาดใหญ่ นั้น อยู่ในความสนใจศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการของทาง CK ทั้งสิ้น

พร้อมกันนี้ คาดหวังว่ารัฐบาลจะเร่งผลักดันโครงการเมกะโปรเจ็กต์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการที่ทางบริษัทให้ความสนใจ อาทิ โครงการวางงานระบบและจัดหาขบวนรถ (M&E) รถไฟฟ้าสายสีม่วง, โครงการรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) เฟสที่ 2,  โครงการกระทู้ - ป่าตอง, โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ด้านสถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างในปัจจุบัน แม้วัสดุก่อสร้างสำคัญ อาทิ ปูนซีเมนต์, เหล็ก  เร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน  แต่ไม่มีปัญหาเรื่องวัสดุก่อสร้างขาดแคลน ประกอบกับรัฐบาลได้ปรับสูตรการคำนวนดัชนีที่ใช้ปรับเพิ่มหรือลดค่าจ้างก่อสร้างของสัญญาภาครัฐ เพื่อชดเชยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนก่อสร้าง หรือ ค่า K (Escalation Factor) จาก ±4% เหลือ ±2% พร้อมทั้งเปลี่ยนฐานดัชนีราคา จากเดิมอ้างอิงเดือนเปิดซองประกวดราคา เป็นเดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบราคากลาง เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง

“แม้ต้นทุนค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่บริษัทเชื่อว่าสถานการณ์สินค้าขาดแคลนนั้นไม่มี และเมื่อ ถัวเฉลี่ยต้นทุนตลอดทั้งโครงการ ที่กินระยะเวลาหลายปี ผลกระทบจะไม่รุนแรงเพราะช่วงที่ต้นทุนสูงเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น  ส่วนปรับเกณฑ์การหักจากเดิม "บวกลบ 4%" เหลือ "บวกลบ 2%" ช่วยให้ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังคงเชื่อมั่นว่าหน่วยงานภาครัฐ จะพิจารณาราคากลางในการประมูลแต่ละโครงการอย่างเป็นธรรม และสอดคล้องกับต้นทุน ณ ปัจจุบัน”

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ ช่วงไตรมาส 3/2569  เป็นช่วงที่ทุกหน่วยงานภาครัฐบาล จะเร่งเบิกจ่ายวงเงินงบประมาณ ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณ ในเดือนกันยายน 2569 นี้ จึงคาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์ ออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการมอเตอร์เวย์ M5 และ M9, รวมถึงการพิจารณาประมูลโครงการระบบรางต่างๆ ในช่วงไตรมาส 4/2569 เนื่องจากต้องใช้วงเงินงบประมาณปี 2571

พร้อมกันนี้องค์กรขนาดใหญ่อาทิ AOT ก็ประกาศแผนพัฒนาท่าอากาศยานออกมาอย่างชัดเจนทั้ง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศดอนเมือง เฟส 3 และท่าอากาศยานเชียงใหม่ ซึ่งเป็นงานประเภทอาคารที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ให้ความสนใจ

ขณะเดียวกัน บรรยากาศการแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากคู่แข่งรายใหญ่อย่าง ITD รับงานได้น้อยลงจากปัญหาด้านสภาพคล่อง จึงเป็นโอกาสให้ผู้เล่นรายอื่นในตลาดเช่น CK, STECON ที่จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ได้ง่ายขึ้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งกลุ่มรับเหมาใหญ่ CK, STECON และกลุ่มเสาเข็ม PYLON SEAFCO โดยเลือก Top Picks คือ PYLON STECON

“แม้ว่าปริมาณงานจะเท่าเดิมแต่การแข่งขันลดลงมาก เนื่องจากคู่แข่งรายใหญ่อย่าง ITD รับงานได้น้อยลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2565 ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ดังนั้นภาพของการรักษาศักยภาพการทำกำไร และการเติมงานในมือจึงดูดีขึ้น”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง