ผู้ว่า ธปท.ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย 1% ยังไม่จำเป็นต้องขึ้น หวั่นกระทบเศรษฐกิจ

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #ผู้ว่า ธปท.ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย 1% ยังไม่จำเป็นต้องขึ้น หวั่นกระทบเศรษฐกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีแนวคิดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ภายหลังจากที่ได้ปรับลดดอกเบี้ยมาแล้ว 2 ครั้งในช่วงปลายปี 2568 และเดือนกุมภาพันธ์ 2569
นายวิทัยระบุว่า การดำเนินนโยบายการเงินจะยึดหลัก Data-driven หรือพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงเป็นสำคัญ โดยหากไม่มีความจำเป็น ธปท.ไม่ต้องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยปัจจุบันถือว่าต่ำเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ และยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจและสนับสนุนรายได้ของประชาชน
ด้านแนวโน้มเงินเฟ้อ แม้ราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยกดดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับสูงสุดช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 แต่ ธปท.เชื่อว่าแรงกดดันดังกล่าวจะทยอยลดลงในปี 2570 โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 2.8% และชะลอลงสู่ 1.4% ในปี 2570
สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงประมาณ 5-6% ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ว่า ธปท.มองว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับทิศทางค่าเงินในภูมิภาค โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่อ่อนค่าประมาณ 8% และเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มากกว่าจะเกิดจากปัจจัยเฉพาะของไทย
นายวิทัยยืนยันว่า ยังไม่พบสัญญาณเงินทุนไหลออกผิดปกติ โดยตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงมีเสถียรภาพ และยังได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีภาระหนี้ต่างประเทศระยะสั้นอยู่ในระดับจำกัด
ในด้านเศรษฐกิจ ธปท.คาดว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.3% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตถึง 14% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ผลจากการอ่อนค่าของเงินบาทเพื่อสนับสนุนภาคส่งออก
พร้อมกันนี้ ธปท.ยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยมุ่งลดช่องว่างทางกฎหมายและปราบปรามเศรษฐกิจใต้ดิน ผ่านมาตรการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ การควบคุมการซื้อขายทองคำที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการป้องกันการฟอกเงิน
ผู้ว่า ธปท.เปิดเผยว่า มาตรการควบคุมการถอนเงินสดวงเงินเกิน 5 ล้านบาท ส่งผลให้ปริมาณการถอนเงินสดรายใหญ่ลดลงแล้ว 35% ขณะที่การปราบปรามบัญชีม้ายังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบและการปิดบัญชีต้องสงสัย เพื่อสกัดการทุจริตและการพนันออนไลน์
สำหรับกรณีธุรกิจซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่เป็นประเด็นในขณะนี้ นายวิทัยย้ำว่า ธปท.ไม่มีนโยบายอนุญาตให้ประชาชนรายย่อยซื้อขายหรือเก็งกำไร Forex เนื่องจากมองว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจ Payment Gateway ที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการตรวจสอบร้านค้าอย่างเข้มงวด หากพบการละเมิดกฎหมายหรือมีข้อบกพร่องในการกำกับดูแล ธปท.พร้อมใช้มาตรการลงโทษตั้งแต่การปรับทางปกครองไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาต
ส่วนกรณีการใช้เงินหยวนชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code ในประเทศไทย ธปท.ยืนยันว่าธุรกรรมดังกล่าวต้องมีการแปลงสกุลเงินเป็นเงินบาททุกครั้ง หากพบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จะมีการตรวจสอบและสั่งระงับการให้บริการทันที
โดยรวม ธปท.ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ พร้อมติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ค่าเงินบาท และเสถียรภาพระบบการเงินอย่างใกล้ชิด ขณะที่ท่าทีการคงดอกเบี้ยในระดับต่ำยังถือเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อภาคธุรกิจและการบริโภคภายในประเทศในระยะถัดไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
