รีเซต

รู้จัก “UNCLOS” รัฐธรรมนูญแห่งท้องทะเล ไทยใช้แทนที่ "MOU 44"

รู้จัก “UNCLOS” รัฐธรรมนูญแห่งท้องทะเล ไทยใช้แทนที่ "MOU 44"
TNN ช่อง16
6 พฤษภาคม 2569 ( 19:04 )
15

UNCLOS คือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ทำหน้าที่เสมือน “รัฐธรรมนูญแห่งท้องทะเลโลก” เป็นกฎหมายสากลที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และขอบเขตทางทะเลของรัฐชายฝั่ง 


อนุสัญญานี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการใช้ทะเลอย่างสันติ, ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน, อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และจัดการข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศ อย่างที่เกิดขึ้นกับไทย และกัมพูชา


ไทยให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคี UNCLOS เมื่อปี พ.ศ. 2554 ส่วนกัมพูชาเพิ่งให้สัตยาบันเมื่อต้นปีนี้ หลังจากลงนามมานานกว่า 40 ปี นี่จึงทำให้ไทยและกัมพูชาอยู่ภายใต้กฎกติกาสากลเดียวกัน กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไทย เลือกเดินหน้ายกเลิก MOU 44 แล้วเลือกจะหันไปเจรจาผ่าน UNCLOS แทน

ผศ.ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศ และศูนย์กฎหมายแพ่ง คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เผยว่า แม้ก่อนหน้านี้ ไทยจะมี MOU 44 เป็นกรอบในการเจรจา แต่การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลใน MOU ฉบับนี้ ก็ยึดตามหลักการของ UNCLOS ซึ่งมองว่า เนื้อหาใน MOU 44 นั้น ไม่ได้แตกต่างจากหลักการสากลที่อยู่ใน UNCLOS


“การที่เรามี MOU 44 ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยึดตามเนื้อหาที่ระบุไว้ใน UNCLOS หมายความว่า สิ่งที่กรอบที่ระบุภายใต้ MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบที่ใช้ในการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อคุยหลัก ๆ ก็ 2 เรื่อง ก็คือคุยทั้งเรื่องของ เขตแดนทางทะเล และเรื่องของการแบ่งผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียมต่าง ๆ  แต่ว่าเวลาที่เขาจะมีการไปเจรจาเพื่อลงรายละเอียดเกี่ยวข้องกับเรื่องอาณาเขตทางทะเลเนี่ย ก็จะต้องใช้กฎเกณฑ์ที่เป็นสากล ซึ่งกฎเกณฑ์ที่เป็นสากลที่เป็นการยอมรับโดยทั่วไป ประเทศไทยยอมรับมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ว่ากัมพูชาเพิ่งรับก็คือ UNCLOS ฉบับนี้ แปลว่า จริง ๆ แล้ว ต่อให้เรามี MOU 44 อยู่ เราก็ยังใช้กฎเกณฑ์ที่เป็นหลักทั่วไปที่อยู่ใน UNCLOS อยู่ดี” ผศ.ดร.ธนภัทร กล่าว 


“ตอนนี้แปลว่า ทั้งกัมพูชาและไทยก็ตกอยู่ภายใต้กติกาสากลที่เป็นกติกาเดียวกัน ถามว่ามันจะมีผลต่อประเทศไทยมั้ย จริง ๆ ผมมองแบบนี้ว่า การที่กัมพูชาเพิ่งตัดสินใจรับเป็นเหมือนเข้าเป็นภาคี คือโดยการให้สัตยาบันใน UNCLOS จริง ๆ มันก็มีผลอยู่พอสมควร หมายความว่า มันอาจจะทำให้ประเทศไทยเราอยู่ในจุดที่เรามีแต้มต่อที่ดีกว่ากัมพูชา เพราะว่าเราใช้บังคับกฎหมายฉบับนี้เป็นระยะเวลานานแล้ว ในขณะที่กัมพูชาอาจจะเพิ่งเหมือนกับว่าอาจจะเพิ่งทำความเข้าใจ แล้วก็เข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน UNCLOS ฉบับดังกล่าว มันก็อาจจะทำให้ ถ้าประเทศไทยเราจับประเด็นตรงนี้ได้ดี ผมคิดว่าเราก็อาจจะได้เปรียบในการเจรจาได้เช่นเดียวกัน”

ด้านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การที่รัฐบาลยกเลิก MOU 44 เนื่องจากข้อตกลงฉบับนี้ มีมานานกว่า 25 ปี แต่การเจรจาไม่มีความคืบหน้า ก็จำเป็นต้องยกเลิก แล้วหันมาคุยกันใหม่ เพราะยังมีกรอบเจรจาอื่นที่ใช้ได้


“ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยอาจจะต้องทำ ซึ่งเข้าใจว่าเราเริ่มมีการดำเนินการไปแล้ว อย่างเช่น ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศท่านเริ่มออกไปพูดกับประเทศต่าง ๆ ก็พยายามไปชี้แจงข้อเท็จจริงว่าทำไมเราถึงอยากตัดสินใจที่จะถอนตัวออกจาก MOU 2544 ประเด็นที่ 2 ผมคิดว่า เราอาจจะต้องไปดูในรายละเอียดของ MOU 44 ต่อ ว่ามันมีประเด็นอะไรบ้างที่ถ้าสมมุติว่าใช้ UNCLOS ไม่สามารถจัดการได้ เช่น ประเด็นเรื่องของการแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน เรื่องของปิโตรเลียมต่าง ๆ เราจะวางแผนอย่างไรกับประเด็นนี้กับกัมพูชา เช่น เราจะมีความตกลงอีกฉบับหนึ่งหลังจากนี้ ในการที่จะพูดคุยเฉพาะประเด็นเรื่องของทรัพยากรปิโตรเลียม” ผศ.ดร.ธนภัทร กล่าว 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง