11 เดือน ศปอส.ตร. ปราบอาชญากรรมออนไลน์ ปิดกั้นสแกม 1.45 แสน URLs

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เชิงรุก โดยข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 พบตัวเลขสำคัญทั้งการจัดการบัญชีม้า การปิดกั้นเว็บไซต์และ URLs หลอกลวง การปราบพนันออนไลน์ ตลอดจนการจับกุมการซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับปฏิบัติการ UNPLUG เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของไทยไปสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมในต่างประเทศ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศปอส.ตร. ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์หลายด้าน ทั้งสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่กระทำผิดกฎหมาย
บัญชีม้าเกือบ 4 แสนบัญชี ความเสียหาย 4.05 หมื่นล้านบาท
หนึ่งในตัวเลขสำคัญอยู่ที่การปราบปรามบัญชีม้าและติดตามเส้นทางการเงิน โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-15 สิงหาคม 2569 พบบัญชีม้า 397,223 บัญชี เชื่อมโยงมูลค่าความเสียหายรวม 40.54 พันล้านบาท
หลังเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม สถิติช่วง 1-15 สิงหาคม 2569 พบจำนวนบัญชีม้าลดลง 60.3% ขณะที่มูลค่าความเสียหายลดลง 86.9% เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้ประเมินสถานการณ์
ข้อมูลจากการประชุมขับเคลื่อนการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เป็นประธาน ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์มีทิศทางดีขึ้น อย่างไรก็ตาม คดีหลอกซื้อสินค้าและบริการยังมีสัดส่วนสูงสุด ส่วนคดีด้านการเงิน การลงทุน และการแอบอ้างบุคคลอื่น เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านมูลค่าความเสียหายสูง
ตำรวจจึงย้ำเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรม โดยเฉพาะกรณีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นหน่วยงานหรือบริษัท ก่อนหลอกให้โอนเงิน โอนสายสนทนา หรือทำรายการผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร
ACSC รับแจ้ง 1,222 คดี ดำเนินการสิ้นสุดกว่า 70%
ด้านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC มีสถิติระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-20 สิงหาคม 2569 รับแจ้งรวม 1,222 คดี และดำเนินการสิ้นสุดแล้ว 863 คดี คิดเป็น 70.62%
อีกมาตรการสำคัญคือการสกัดช่องทางที่สแกมเมอร์ใช้เข้าถึงประชาชน โดยมีการประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเพื่อปิดกั้น URLs ที่เกี่ยวข้องกับ Scam รวมแล้ว 145,582 URLs
ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้า ปฏิบัติการ UNPLUG มุ่งตัดวงจรการนำอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรคมนาคมจากประเทศไทยไปใช้ในต่างประเทศ ซึ่งอาจถูกนำไปสนับสนุนเครือข่ายสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
พนันออนไลน์ 1,564 ราย เดือนเดียวพบเงินหมุนเวียน 1.14 หมื่นล้าน
การปราบปรามการพนันออนไลน์และแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ มีผลจับกุมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-20 สิงหาคม 2569 จำนวน 1,564 ราย
เฉพาะเดือนสิงหาคม 2569 มีการจับกุมเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 10 ล้านบาท จำนวน 131 เว็บไซต์ จับกุมผู้ต้องหา 249 คน และพบเงินหมุนเวียนรวม 11,465 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวทำให้การพนันออนไลน์ยังเป็นอีกเป้าหมายหลักที่ ศปอส.ตร. ใช้มาตรการด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการสืบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย
จับอาวุธปืนออนไลน์กว่า 4,000 ราย ยึดกระสุนกว่า 2.45 แสนนัด
อีกด้านหนึ่งคือการปราบปรามการซื้อขายอาวุธผ่านช่องทางออนไลน์ โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-17 สิงหาคม 2569 มีผลจับกุม 4,087 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 5,158 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 245,779 นัด และวัตถุระเบิด 176 ลูก
นอกจากนี้ ยังมีผลจับกุมความผิดกฎหมายประเภทอื่นและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผิดกฎหมายอีก 1,060 ราย
สรุปตัวเลขสำคัญปราบอาชญากรรมออนไลน์
397,223 บัญชี — บัญชีม้าที่ตรวจพบ
40.54 พันล้านบาท — มูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า
60.3% — สถิติบัญชีม้าลดลงในช่วง 1-15 สิงหาคม 2569
86.9% — มูลค่าความเสียหายลดลงในช่วงเดียวกัน
1,222 คดี — คดีที่ ACSC รับแจ้ง
863 คดี หรือ 70.62% — ดำเนินการสิ้นสุดแล้ว
145,582 URLs — URLs ที่เกี่ยวข้องกับ Scam และถูกดำเนินการปิดกั้น
1,564 ราย — ผลจับกุมการพนันออนไลน์
131 เว็บไซต์ — เว็บไซต์พนันเงินหมุนเวียนเกิน 10 ล้านบาทที่ถูกจับกุมในเดือนสิงหาคม
11,465 ล้านบาท — เงินหมุนเวียนของเว็บไซต์พนันกลุ่มดังกล่าว
4,087 ราย — ผลจับกุมคดีอาวุธปืนออนไลน์
5,158 กระบอก — อาวุธปืนที่ตรวจยึด
245,779 นัด — เครื่องกระสุนปืนที่ตรวจยึด
176 ลูก — วัตถุระเบิดที่ตรวจยึด
UNPLUG ขยายมาตรการสู่แนวชายแดน
พล.ต.อ.ธนา กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการจำหน่ายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการตัดวงจรที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดซ้ำ
พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. ติดตามการปฏิบัติในพื้นที่แนวชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบเสาสัญญาณโทรคมนาคม ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบและผู้ให้บริการ เพื่อจำกัดสัญญาณให้อยู่ภายในประเทศไทย
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการตรวจสอบการลักลอบลากสายสัญญาณข้ามชายแดน เพื่อป้องกันโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของไทยถูกนำไปใช้สนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
