"แพลงก์ตอนบลูม" ทะเลกลายเป็นสีเขียว ผลพวงน้ำท่วมใหญ่ นักวิจัยเตือนภัยเงียบ "เดดโซน" ใต้อ่าวไทย

ทะเลเกาะล้านกลายเป็นสีเขียวสด จนนักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำ นี่เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดจากแพลงก์ตอนที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แต่นักวิจัยมหาวิทยาลัยบูรพากังวลสิ่งที่มองไม่เห็นมากกว่า นั่นคือ "เดดโซน" ที่พื้นทะเล ทำให้สัตว์น้ำแทบอยู่ไม่ได้
น้ำเขียวเป็นหย่อม ๆ เลียบชายฝั่ง ขณะที่บางหาดยังปกติ นี่คือปรากฎการณ์ที่เรียกว่าแพลงก์ตอนบลูม หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา คือ ปรากฏการณ์ที่แพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและหนาแน่นในเวลาอันสั้น จนทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีไปจากเดิม เช่น เป็นสีเขียว สีแดง หรือสีส้ม ตามสีของแพลงก์ตอนชนิดนั้น
Noctiluca เป็นแพลงก์ตอนตามธรรมชาติ ตัวใหญ่จนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ครั้งที่เกาะล้านเคยเขียวแบบนี้ในปี 2566 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า แพลงก์ตอนชนิดนี้ไม่สร้างสารชีวพิษ
แล้วทำไมถึงเกิดแพลงก์ตอนบลูม?
เมื่อปุ๋ยจากภาคเกษตร และน้ำเสียจากชุมชน ไหลลงแม่น้ำลำคลอง แล้วออกสู่ทะเล แพลงก์ตอนจะได้สารอาหาร และเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว
ปีนี้ยังมีตัวเร่ง คือน้ำท่วมในภาคกลางและกรุงเทพฯ ที่ส่งน้ำจืดลงอ่าวไทยจำนวนมาก บวกลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่แรงกว่าปกติ ซึ่งอาจพัดแพลงก์ตอนลงมาตามชายฝั่งตะวันออก
ผลกระทบแรกเห็นได้ทันที ร้านค้าริมหาดบอกว่าลูกค้าบางลง บางคนย้ายไปหาดอื่น บางคนไม่ลงน้ำเลย
แต่สิ่งที่นักวิจัยกังวลที่สุด อยู่ใต้ผิวน้ำ บลูมมักอยู่ราว 2-3 วัน เมื่อแพลงก์ตอนตายพร้อมกันจำนวนมาก การย่อยสลายจะดึงออกซิเจนในน้ำไปใช้ จนเกิดภาวะออกซิเจนต่ำ หรือ "เดดโซน"
น้ำจืดจำนวนมากยังลอยเป็นชั้นอยู่ด้านบน ปิดไม่ให้ออกซิเจนลงไปถึงพื้นทะเล
อนุกูล บูรณประทีปรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ระบุว่า ปีนี้เกิดเดดโซนกว้างที่พื้นทะเล ซึ่งสัตว์หน้าดินหนีไม่ได้ และความเสียหายสะสม อาจเห็นชัดก็ต่อเมื่อเสียหายไปมากแล้ว
เรื่องนี้เคยเกิดมาแล้วเมื่อปี 2566 แพลงก์ตอนบลูมรุนแรงนอกชายฝั่งชลบุรี กระทบแปลงเลี้ยงหอยแมลงภู่กว่า 80% จากราว 300 แปลง
ทะเลสีเขียวอาจจางหายในไม่กี่วัน แต่คำถามคือ เราจะลดปุ๋ยและน้ำเสียที่ไหลลงอ่าวไทยได้ทันไหม ก่อนที่ความเสียหายใต้ทะเล จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
