รีเซต

นายกฯ แถลงผลปราบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ สกัดนอมินี สแกมเมอร์

นายกฯ แถลงผลปราบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ สกัดนอมินี สแกมเมอร์
TNN ช่อง16
25 สิงหาคม 2569 ( 15:44 )
12

ปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่

วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย” โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแถลงข่าววันนี้เป็นการรายงานภาพรวมความสำเร็จและความคืบหน้าของการปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ การสวมสิทธิทางทะเบียน ทุนนอมินี ธุรกิจผิดกฎหมาย อาวุธปืน ยาเสพติด และการฟอกเงิน โดยรัฐบาลยึดแนวทางการบริหารจัดการแบบไม่แยกส่วน ต้องเชื่อมข้อมูล เชื่อมกำลัง และทำงานร่วมกันให้เร็วกว่าอาชญากร


ดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ อุดช่องโหว่-จัดระเบียบ-จัดการอาวุธปืน-ยาเสพติด

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองทำงานร่วมกับตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง โดยมุ่งดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1. อุดช่องโหว่ระบบทะเบียน ไม่ให้มีการซื้อขายสัญชาติ สวมสิทธิ หรือใช้คนไทยเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมขยายผลไปถึงเส้นทางการเงินและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

2. จัดระเบียบธุรกิจและปราบปรามทุนนอมินี โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว ดำเนินการควบคู่กันทั้งการจัดการผู้ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด และการแก้ไขกระบวนการอนุญาตที่ล่าช้า เพื่อให้ผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องสามารถดำเนินการได้สะดวกขึ้น

3. จัดการอาวุธปืนผิดกฎหมายและยาเสพติด ตั้งแต่ต้นทางของการออกใบอนุญาต การตรวจสอบร้านค้าและสนามยิงปืน ไปจนถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ เพื่อสกัดอาวุธและยาเสพติดก่อนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ผลการดำเนินงานในแต่ละด้านมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม ทั้งการยึดและอายัดทรัพย์สิน การจับกุมผู้กระทำผิด การยึดคืนที่ดินของรัฐ และการตรวจยึดอาวุธปืนกับยาเสพติด โดยได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครองรายงานรายละเอียดผลการปฏิบัติงานต่อไป

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า นอกจากประสิทธิภาพในการปราบปรามแล้ว หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการช่วยเหลือหรือยกเว้น เพราะผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายจะเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเสียเองไม่ได้ พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร ให้ดูที่พฤติการณ์และพยานหลักฐาน พร้อมใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ ตรวจจับให้เร็ว ขยายผลให้ถึงต้นตอ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

“เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงจับกุมให้ได้มากขึ้น แต่คือไม่ให้ระบบของรัฐถูกใช้เป็นช่องทางของอาชญากรรม ให้คนสุจริตทำมาหากินได้อย่างเป็นธรรม และให้ประชาชนปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”


ตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงประชาชนและสื่อมวลชนที่ช่วยแจ้งเบาะแสและเฝ้าระวัง โดยรัฐบาลจะเดินหน้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จริงจัง และโปร่งใส เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ พร้อมรัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังในการติดตามและขยายผลคดีไปจนถึงที่สุด พร้อมดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง โดยทรัพย์สินที่ได้มาจะไม่เพียงนำส่งคืนรัฐเท่านั้น แต่จะนำไปสู่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและผู้เสียหายด้วย

“ขอให้ประชาชนมั่นใจในรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานว่า ทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และแน่วแน่ในการทำงานอย่างเต็มที่ โดยไม่มีความเกรงกลัวต่ออิทธิพลใด ๆ เพราะนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจนและแน่วแน่ เพื่อสร้างความสงบสุขให้แก่สังคมและบ้านเมือง”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง