รีเซต

นายกฯ ประชุมติดตามน้ำท่วม สั่งทุกจังหวัดรับมือฝน เร่งระบายน้ำ–ช่วยประชาชน

นายกฯ ประชุมติดตามน้ำท่วม สั่งทุกจังหวัดรับมือฝน เร่งระบายน้ำ–ช่วยประชาชน
TNN ช่อง16
2 ตุลาคม 2569 ( 15:03 )
3

วันนี้ (2 ตุลาคม 2569)  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการประชุมเมื่อวานนี้ ทุกหน่วยงานได้รับทราบภาพรวมสถานการณ์และเร่งดำเนินการตามภารกิจในพื้นที่วิกฤต โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง พร้อมจัดตั้งทีมปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือในทุกมิติ รวมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานยึดหลักการสื่อสาร “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งข้อมูล” เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลระดับน้ำและสถานการณ์ที่ถูกต้อง เป็นเอกภาพ ลดความสับสน

นายกรัฐมนตรีกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 4–5 ตุลาคม 2569 ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยให้ประเมินความเสี่ยงและเตรียมบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อาหาร น้ำดื่ม และแผนเผชิญเหตุให้พร้อม รวมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลพยากรณ์อากาศไปใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำและเตรียมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า โดยสิ่งของในถุงยังชีพต้องเป็นสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและสามารถบริโภคได้ทันที สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่




สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่คลองจั่น ที่ประชุมรายงานว่า การเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำลดลงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ประชาชนสามารถสัญจรได้สะดวกขึ้น และบางส่วนเริ่มทำความสะอาดที่พักอาศัยและกลับไปทำงานตามปกติ โดยกระทรวงมหาดไทยได้สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน–1 ตุลาคม 2569 ปภ. สนับสนุนรถประกอบอาหาร 5 คัน รถผลิตน้ำดื่ม 2 คัน และกำลังเจ้าหน้าที่ สามารถจัดทำและแจกจ่ายอาหารได้ประมาณ 68,000 ชุด รวมทั้งมีโรงครัวพระราชทานและภาคส่วนต่าง ๆ สนับสนุนอาหารและสิ่งของเพิ่มเติม ขณะที่ตำรวจและทหารสนับสนุนการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่

ส่วนชุมชนเคหะร่มเกล้า ซึ่งมีประชาชนกว่า 30,000 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนอาหารกล่องและอาหารปรุงสุก โดยมีรถประกอบอาหาร 2 คันเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ และจัดส่งอาหารกล่องแล้วประมาณ 61,000 กล่อง พร้อมสนับสนุนน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง โดยปรับรูปแบบการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เช่น ส่งวัตถุดิบไปยังแฟลตหรือจุดที่สามารถจัดตั้งโรงครัวได้ เพื่อให้การดูแลประชาชนทั่วถึงและรวดเร็วมากขึ้น รวมทั้งประสานตัวแทนชุมชนและจิตอาสาช่วยกระจายอาหารและสิ่งของในจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยาก

นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งลงพื้นที่ดูแลประชาชนในศูนย์พักพิงให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา และความเป็นอยู่ พร้อมบริหารจัดการมวลชนด้วยความอดทนและสร้างความเข้าใจ รวมทั้งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง โดยใช้เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี มีดังนี้

1. ให้ทุกจังหวัดยังคงเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ และทรัพยากรที่จำเป็น ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ อาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา และศูนย์พักพิงให้มีความพร้อมตลอดเวลา

2. สำหรับสถานีสูบน้ำทุกแห่ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบริหารจัดการและระบายน้ำในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในจุดที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทั้งในแนวขวาง แนวดิ่ง และตามแนวคลอง ที่เชื่อมต่อกับระบบอุโมงค์ระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ให้กำหนดจุดติดตั้งที่ชัดเจน ติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และบูรณาการการทำงานระหว่างพื้นที่ เพื่อลดข้อขัดแย้งในการบริหารจัดการน้ำ ลดผลกระทบกับชุมชนให้จัดทำ แนวป้องกันน้ำล้นตลอด 2 ฝั่งคลอง โดยเฉพาะในจุดเสี่ยง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล สามารถลดผลกระทบ และบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชน

3. สำหรับจังหวัดหรือพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้เร่งสำรวจ และประเมินความเสียหายอย่างครอบคลุมทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยให้แยกการดำเนินการเป็น 2 บัญชี ได้แก่ 1) ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ให้ดำเนินการตามกฎ ระเบียบกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ 2) ความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ให้ดำเนินการตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ปภ. และผู้ว่าราชการจังหวัดศึกษาทำความเข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างละเอียด เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ของกรมธรรม์ตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติแก่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ผู้สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อให้มีความเข้าใจในกรมธรรม์และสามารถดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

พร้อมกันนี้  ขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประสานและสั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกันและผู้เอาประกันภัย รวมถึงกรณีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม หากอยู่ในความคุ้มครองของประกันภัย ให้เร่งประสานและดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง