รีเซต

ค่าไถ่ทิพย์ หลอกเงินนับล้าน ทำไมนิสิตนักศึกษา ถึงตกเป็นเป้าหมายใหม่ของสแกมเมอร์ ?

ค่าไถ่ทิพย์ หลอกเงินนับล้าน ทำไมนิสิตนักศึกษา ถึงตกเป็นเป้าหมายใหม่ของสแกมเมอร์ ?
TNN ช่อง16
31 สิงหาคม 2569 ( 14:35 )

ไม่ใช่แค่คนแก่ หรือผู้สูงอายุ แต่เป้าหมายของสแกมเมอร์ และมิจฉาชีพ คือกลุ่มนักศึกษาด้วย โดยล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลางได้เตือนภัยนักศึกษา หลังพบเคสถูกหลอก และสูญเงินถึงหลักล้านมากขึ้น

ทำไมนักศึกษาถึงกลายเป็นกลุ่มเป้าหมาย และสแกมเมอร์มีกลโกงหลอกลวงอย่างไร 

ข้อมูลล่าสุดจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti-Online Scam Center - ACSC) ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ที่น่ากลัวของกลุ่มมิจฉาชีพที่ในอดีต กลุ่มเป้าหมายหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์คือผู้สูงอายุที่มีเงินเก็บและตามไม่ทันเทคโนโลยี แต่ในปัจจุบัน  ได้ขยับมาสู่ นิสิตนักศึกษา อย่างชัดเจน 

อาชญากรไม่ได้เพียงแค่หลอกเอาเงินในบัญชีของเด็กวัยเรียนเท่านั้น แต่ได้พัฒนารูปแบบไปสู่การ "กักตัวเสมือนจริง" (Virtual Kidnapping) หรือที่เรียกกันว่า "ค่าไถ่ทิพย์" โดยการใช้จิตวิทยาความกลัวบีบบังคับให้เหยื่อตัดขาดจากโลกภายนอก แล้วใช้ตัวเหยื่อเองเป็นวิธีในการรีดไถเงินก้อนใหญ่จากผู้ปกครอง

โดยเหตุผลที่นักศึกษาตกเป็นเป้าหมาย ก็มาจาก 

1. วัย และประสบการณ์ทางสังคมที่จำกัดที่แม้จะเป็นกลุ่มที่เข้าถึงโซเชียล ข้อมูลข่าวสารได้มาที่สุดนั้น แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ในการปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานราชการหรือกระบวนการยุติธรรม มิจฉาชีพจึงใช้ "ช่องว่างทางความรู้" นี้ในการสร้างเรื่องโกหกที่ซับซ้อน เช่น การอ้างระเบียบการฟอกเงิน

2. รูปแบบการใช้ชีวิตของนักศึกษามักอยู่ห่างไกลจากครอบครัว พักในหอพักหรือคอนโดมิเนียมคนเดียว สภาพแวดล้อมนี้เอื้อต่อการที่มิจฉาชีพจะใช้กลยุทธ์จำกัดข้อมูลข่าวสาร โดยการสั่งให้เหยื่ออยู่ลำพังและห้ามบอกใคร

3. จู่โจมไปที่จุดที่เปราะบางที่สุด เรื่องอนาคต เช่น การขู่เรื่องหมายจับ คดีอาญาร้ายแรง หรือการมีประวัติอาชญากรรม ยิ่งทำให้นักศึกษากลัว และสุดท้าย 

4. ยังขยายไปถึงการข่มขู่พ่อแม่ของเหยื่อได้อีกต่อด้วย 


สองเคสจริงที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569

ในเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอย่างน้อย 2 เคส ที่นักศึกษาถูกหลอกลวง หนึ่งในนั้นคือเคสที่ นักศึกษาอายุ 18 ปี ในจังหวัดมหาสารคาม ที่ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ เครือข่ายโทรศัพย์ และโอนสายให้คุยกับตำรวจปลอมทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยคนร้ายส่งเอกสารราชการปลอมมาข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารพัวพันคดีฟอกเงิน และต้องโอนเงินให้ ปปง. ตรวจสอบภายใน 30 นาที มิฉะนั้นจะถูกออกหมายจับ พร้อมสั่งห้ามบอกผู้ปกครองเด็ดขาด เมื่อเหยื่อไม่มีเงิน มิจฉาชีพจึงบังคับให้โทรศัพท์ไปโกหกพ่อแม่ซึ่งมีอาชีพค้าขายว่าต้องใช้เงินด่วนเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ จนผู้ปกครองหลงเชื่อโอนเงินมาให้ 310,000 บาท แม้เหยื่อเริ่มสงสัยและพยายามบันทึกเสียงรวมถึงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แต่ก็ถูกคนร้ายใช้จิตวิทยาเร่งเวลาและกดดันอย่างต่อเนื่องให้รีบไปถอนเงินสดที่ธนาคารเพื่อนำไปโอนตามสั่ง ทว่าพนักงานธนาคารสังเกตเห็นความผิดปกติจึงช่วยชะลอการทำธุรกรรม พร้อมประสานตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม เข้ามาระงับเหตุได้ทันเวลาก่อนเงินจะถูกส่งออกไป

อีกกรณีคือ เคสนักศึกษาวัย 22 ปี ถูกมิจฉาชีพสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์ และตำรวจปลอม ข่มขู่ว่ามีบัญชีพัวพันกับคดีฟอกเงิน ก่อนบีบให้เธอไปเปิดห้องพักกักตัวอยู่ลำพังและบังคับให้เปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้ตลอดเวลานานกว่า 2 วัน เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว 

จากนั้นคนร้ายได้กดดันให้เธอโทรศัพท์ไปโกหกผู้ปกครองว่าต้องใช้เงินยื่นขอทุนเรียนต่อต่างประเทศ จนผู้ปกครองหลงเชื่อโอนเงินมาให้ และเหยื่อได้ไปถอนเงินสดเพื่อนำไปส่งมอบให้เครือข่ายมิจฉาชีพถึง 2 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 1.5 ล้านบาท ทว่าคนร้ายยังพยายามข่มขู่เรียกเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท ทำให้เหยื่อเกิดความเครียดจนต้องทักไปขอยืมเงินจากเพื่อนและแฟนหนุ่ม ทำให้คุณพ่อและแฟนหนุ่มเริ่มสงสัยในพฤติกรรม จึงรีบประสานตำรวจ สภ.พุทธมณฑล จนสามารถเข้าช่วยเหลือตัวนักศึกษาได้อย่างปลอดภัย

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์  ยังย้ำเตือนว่า หากเกิดกรณีใดๆ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือตำรวจจริง จะไม่ติดต่อทางไลน์ เพื่อสอบปากคำ หรือแจ้งข้อกล่าวหา รวมไปถึงจะ ไม่วิดีโอคอล และไม่ใช้วิธี ไม่ให้โอนเงินเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

ดังนั้น หากพบพฤติกรรมข้างต้นให้รีบวางสายทันที และหากตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหายให้แจ้งสายด่วน AOC 1441 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง