ส่องอาณาจักร 900 ห้อง "บ้านพักคนชรา" ครบวงจร จะเข้าอยู่ต้องจ่ายกี่บาท?

ส่องอาณาจักร 900 ห้อง "บ้านพักคนชรา" ครบวงจร จะเข้าอยู่ต้องจ่ายกี่บาท?
TNN ช่อง16
10 พฤศจิกายน 2563 ( 14:07 )
1.3K
ส่องอาณาจักร 900 ห้อง "บ้านพักคนชรา" ครบวงจร จะเข้าอยู่ต้องจ่ายกี่บาท?

ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากข้อมูลสถิติประชากรปี 2563 พบว่า ผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปมีจำนวนถึง 17 ล้านคน ทำให้เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559 คณะรัฐมนตรี จึงมีมติเห็นชอบมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยหนึ่งในมาตรการนั้น คือ "ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ" หรือ "Senior Complex" โดยให้มีกรมธนารักษ์เป็นผู้รับผิดชอบโครงการและเมื่อปี 2560 ได้เซ็นบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการนี้

สำหรับโครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อ "ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ - ธนารักษ์" ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีเนื้อที่ 72 ไร่ โดยโครงการฯ ระยะที่ 1 มีห้องพักรวมทั้งสิ้น 921 ห้อง เป็นอาคาร 8 ชั้น จํานวน 7 อาคาร พื้นที่ใช้สอยประมาณ 31.71 - 49.66 ตารางเมตร ต่อห้อง พร้อมห้องพยาบาลประจําพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่จัดกิจกรรมสําหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ สระว่ายน้ำ อาคาร Club House ห้องฟิตเนส เป็นต้น


ภายในโครงการมีประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่

1.Hospice Zone ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

2.Nursing Home Zone พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นหรือฟื้นฟูสุขภาพ มีทั้งห้องเดี่ยวและห้องรวม ซึ่งจะมีทีมแพทย์คอยดูแล และผู้บริบาลดูแลผู้สูงวัยจำนวนกว่า 1,000 คน

3.Senior Housing Zone พื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร


คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

1.มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 58 ปี ณ วันที่จองสิทธิ และหรือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ณ วันที่เข้าพักอาศัยจริง แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านระบบจองสิทธิ ในช่องทางต่างๆ ที่คณะกรรมการบริหารโครงการฯ กําหนด

2. มีความสามารถทางการเงินในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการ พักอาศัยภายในโครงการฯ และหรือสามารถรับเงื่อนไขการขอสินเชื่อกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการฯ (เฉพาะกรณี ที่ผู้สูงอายุหรือบุตรหลานมีความประสงค์ขอรับสินเชื่อ) และมีรายได้หลังเกษียณอย่างน้อย 30,000 บาทต่อเดือน โดยอาจเป็นรายได้โดยตรงของผู้สูงอายุ เช่น เงินบํานาญ เงินฝาก เงินออม หรือ เงินสนับสนุนจากบุตรหลาน


3.สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีโรคหรืออาการของโรคอันเป็นอุปสรรคต่อการเข้าพักภายในโครงการฯ และจะต้องยินยอมให้คัดกรองสุขภาพตามหลักเกณฑ์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดีกําหนดก่อน จึงจะสามารถเข้าพักอาศัยในโครงการฯ ทั้งนี้ รายละเอียดการเข้ารับการคัดกรอง สุขภาพ วัน เวลา และสถานที่ คณะกรรมการบริหารโครงการฯ จะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

4.สามารถทําสัญญาภายในกรอบระยะเวลาที่กําหนด

5.หลักเกณฑ์อื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารโครงการฯ พิจารณาแล้วเห็นสมควร กําหนดเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณา


สิทธิประโยชน์ของโครงการฯ

1.สิทธิประโยชน์ในการเข้าพักอาศัยในโครงการฯ

ผู้สูงอายุได้รับสิทธิการพักอาศัย 30 ปี และสามารถพักอาศัยได้ไม่เกิน 2 คนต่อหน่วย/ยูนิต โดยเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ดี ไม่มีโรคหรืออาการของโรคอันเป็นอุปสรรค อย่างน้อย 1 คน และไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสิทธิให้บุคคลอื่นได้ เว้นแต่ขายคืนให้แก่ผู้บริหาร โครงการฯ และหรือกรณีที่ประสงค์จะออกจากโครงการฯ ก่อนกําหนดหรือกรณีที่สุขภาพทรุดลงจนไม่สามารถ ช่วยเหลือตนเองได้ตามหลักเกณฑ์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือ กรณีเสียชีวิต สิทธิการพักอาศัยจะถูกระงับทันทีโดยไม่ตกทอดแก่ทายาท

ทั้งนี้ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จํากัด (ธพส.) รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลังในฐานะผู้จัดสร้างและบริหารโครงการฯ จะมีข้อกําหนดในการคืนเงินของ ผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัยทั้ง 2 กรณี ให้กับผู้รับผลประโยชน์ในข้อเสนอโครงการฯ


2.สิทธิประโยชน์ด้านการดูแลรักษาพยาบาล

- กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถใช้บริการของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์หรือ โรงพยาบาลอื่นๆ ตามสิทธิของบุคคลนั้นๆ หรือหากเจ็บป่วยในระดับปฐมภูมิสามารถใช้บริการห้องตรวจผู้ป่วยนอก (Extended OPD) ที่ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย (มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิการรักษา)

- โครงการฯ มีการจัดทําโครงการส่งเสริมสุขภาพสําหรับผู้สูงอายุ โดยใช้ระบบสมาชิก (Member) หรือรูปแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Health Package) ให้เลือกตามค่าใช้จ่ายที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้ายกําหนด

- เมื่อเข้าสู่ภาวะต้องพึ่งพิงหรือติดเตียงและเป็นผู้ป่วยระยะท้าย สามารถใช้บริการ Nursing Home Zone (พื้นที่ส่วนให้การดูแลสําหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นและฟื้นฟูสุขภาพ) บริหาร โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ Hospice Zone (พื้นที่ส่วนให้การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วย ระยะท้าย) บริหารโดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย โดยมีหลักเกณฑ์และค่าใช้จ่ายตามที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกําหนด

- สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ตามที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกําหนด


3.สิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง

ผู้สูงอายุหรือบุตรหลานของผู้สูงอายุที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ สามารถขอรับ สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษเพื่อเข้าที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ - ธนารักษ์ จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

ผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถ นําสิทธิการพักอาศัยไปผูกพันในการกู้เงินกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาสินเชื่อตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแต่ละแห่งกําหนด


การจองสิทธิ

1.จองผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยให้ผู้สูงอายุหรือตัวแทนแสดงความประสงค์และจัดส่งเอกสารผ่านเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ หรือ คลิกลงทะเบียนขอรับสิทธิที่นี่

2. จองผ่านเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย อาทิ กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 เขตพญาไท กทม. และธพส. เขตหลักสี่ กทม. เฉพาะวันและเวลาราชการ 08.30 - 16.30 น. เท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้จัดส่งเอกสารผ่านระบบให้แก่ผู้สูงอายุแต่ละราย

ค่าใช้จ่าย

1.ค่าเช่าสิทธิห้องพัก ธพส. มี 5 ระดับราคา ดังนี้


2.ค่าใช้จ่ายส่วนกลางในการดูแลรักษาอาการเริ่มต้น ประมาณเดือนละ 2,000 บาท ชําระเป็นรายปี กําหนดล่วงหน้า 3 ปี

3. ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเตือนละ 2,000 บาท ต่อท่าน ชำระเป็นรายปี กําหนดล่วงหน้า 3 ปี

4.ผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพันธมิตรโครงการฯ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน หรือ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ในลักษณะเงินฝากประจํา (Escrow Account) จํานวนเงิน 300,000 บาท โดยมีเงื่อนไขในการเบิกจ่ายเพื่อให้เป็น ทุนสํารองในการดํารงชีพขณะอยู่ในโครงการฯ เท่านั้น และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารโครงการฯ ในการถอนหรือปิดบัญชี

5. ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ชำระตามจริง)


การออกจากโครงการฯ

ผู้สูงอายุในโครงการฯ สามารถออกจากโครงการฯ ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

1.เสียชีวิต โดยคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายที่อาศัยอยู่ร่วมกัน มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป และมีสภาวะสุขภาพตามหลักเกณฑ์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกําหนดเท่านั้น สามารถ ที่จะพักอาศัยในโครงการฯ ต่อไปได้จนครบอายุสัญญา

2.ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพทรุดลงและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องย้ายออก จากโครงการฯ ตามเกณฑ์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกําหนด

3.ประสงค์จะออกจากโครงการฯ ก่อนกําหนด โดยแจ้งความประสงค์ต่อผู้บริหารโครงการฯ

ทั้งนี้ สิทธิการพักอาศัยจะถูกระงับทันทีโดยไม่ตกทอดแก่ทายาท และผู้สูงอายุหรือทายาท สามารถขายสิทธิคืนให้กับผู้บริหารโครงการฯ เท่านั้น โดยจะพิจารณาคืนเงินเป็นจํานวนร้อยละของราคา ห้องพักอาศัยตามข้อตกลงที่กําหนดและจะคืนเงินให้ภายหลังจากที่หาผู้เข้าพักอาศัยรายใหม่ได้แล้ว



อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการ "ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ - ธนารักษ์" จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2565 โดยเริ่มเปิดลงทะเบียนจองสิทธิตั้งแต่วันที่ 9 - 30 พ.ย.63 ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิได้ที่เว็บไซต์ senior-complex.treasury.go.th

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวที่เกี่ยวข้อง