กรุงศรีชูกลยุทธ์ซื้อขายเงินตราตปท. พัฒนาช่องทางดิจิทัล

#ทันหุ้น-กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) ปี 2569 รับกระแสการทำธุรกรรมแบบ Multi-Currency ของภาคธุรกิจไทย เดินหน้ายกระดับบริการสู่ Digital FX เต็มรูปแบบ พร้อมขยายบริการสกุลเงินใหม่ รองรับการค้าระหว่างประเทศ และนำ AI กับระบบ Automation มาพัฒนาโซลูชันบริหารความเสี่ยงลูกค้า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก ขณะที่มองเงินบาทช่วงไตรมาส 4/69 มีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กรุงศรีให้ความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศของธนาคารเติบโตเฉลี่ยแบบทบต้น (CAGR) 16% ต่อปี สะท้อนถึงความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Multi-Currency อย่างชัดเจน หลังมูลค่าการนำเข้าและส่งออกของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 60% แต่ปริมาณธุรกรรม FX ผ่านธนาคารพาณิชย์เติบโตเพียง 5.7% สะท้อนว่ารูปแบบการชำระเงินระหว่างประเทศมีความหลากหลายมากขึ้น โดยธุรกิจเริ่มใช้สกุลเงินอื่นนอกเหนือจากดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ FX ในปี 2569 กรุงศรีมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ยกระดับสู่ Digital FX อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านบริการ FX@Krungsri, FX API และ Krungsri FX Line Official Account เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการทำธุรกรรม
- พัฒนาโซลูชันด้านการค้าระหว่างประเทศและ Multi-Currency โดยขยายการให้บริการสกุลเงินใหม่ อาทิ เงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) เงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) และเงินริยัลซาอุดีอาระเบีย (SAR)
- พัฒนาโซลูชันบริหารความเสี่ยงและการลงทุน โดยนำ AI และระบบ Automation มาช่วยเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า
**มองค่าบาทไตรมาส 4/69 ในกรอบ 32-34 บาท/ดอลลาร์
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) ประเมินตลาดการเงินโลกมีความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนค่าเงินเยนต่อไป
สำหรับค่าเงินบาท แม้ที่ผ่านมาอ่อนค่าจากการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะถัดไปยังมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจากจุดสูงสุดและกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ส่งผลให้กรุงศรีคาดว่าเงินบาทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หากเฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามสมมติฐานหลักและดุลการค้าของไทยปรับตัวดีขึ้น ขณะที่คาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะทรงตัวที่ระดับ 1.00% ไปอีกหลายไตรมาสข้างหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
