BBL โบรกแนะนำ “ขาย” เป้า 152 บาท ต้นทุนพุ่ง-รายได้ชะลอ

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #BBL โบรกแนะนำ "ขาย" เป้า 152 บาท ต้นทุนพุ่ง-รายได้ชะลอ
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ "ขาย" (Reduce) หุ้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) พร้อมราคาเป้าหมาย 152 บาท หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 13.6% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 5% และต่ำกว่าประมาณการเฉลี่ยของ Bloomberg 11.4% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด ขณะที่กำไรครึ่งปีแรกคิดเป็นเพียง 51% ของประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัย
ฝ่ายวิจัยระบุว่า รายได้รวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4.03 หมื่นล้านบาท ลดลง 9.2% YoY และ 1.1% QoQ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12.4% YoY และ 0.7% QoQ จากแรงกดดันของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลงเหลือ 2.42% ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 1.1% YoY และ 2.0% QoQ แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิจะเพิ่มขึ้น 14.7% YoY จากธุรกิจกองทุนรวมและประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance)
ด้านคุณภาพสินทรัพย์เริ่มอ่อนตัว โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 3.93% จาก 3.77% ในไตรมาสก่อน หลังลูกค้าในภาคการผลิตและการค้าบางส่วนกลับมาเป็นหนี้เสีย ขณะที่ Coverage Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 306% จาก 318% และ Credit Cost ลดลงเหลือ 126 จุดพื้นฐาน จาก 137 จุดพื้นฐาน ในไตรมาสก่อน
แม้ค่าใช้จ่ายสำรองลดลง แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% QoQ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 49.5% จาก 44.7% ในไตรมาสแรก และกดดันกำไรก่อนการตั้งสำรอง (PPOP) ให้ลดลง 16.2% YoY และ 9.6% QoQ
CGSI ได้ปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ในช่วงปี 2569-2571 เล็กน้อย โดยเพิ่มสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองเพื่อสะท้อนแนวโน้ม NPL ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมปรับลดสมมติฐาน NIM เหลือ 2.47-2.52% เพื่อสะท้อนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยยังคงราคาเป้าหมายที่ 152 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่า Gordon Growth Model (GGM) หรือคิดเป็น P/BV ปี 2569 ที่ 0.49 เท่า โดยมองว่ากำไรต่อหุ้นปี 2569 จะลดลง 13% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) จะลดลงมาอยู่ที่ 6.7-6.9% จาก 8.2% ในปี 2568 อีกทั้ง BBL ยังมีอัตราการจ่ายเงินปันผลต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคาร และยังไม่มีการปรับกลยุทธ์การบริหารเงินกองทุนเหมือนธนาคารคู่แข่ง จึงยังคงคำแนะนำ "ขาย" เนื่องจากมองว่ามูลค่าหุ้นยังมีความน่าสนใจจำกัด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
