รีเซต

ถอนเงินสด 250 ล้าน แตกแบงก์ย่อยช่วงหาเสียง พิรุธ "ซื้อเสียง" สูงสุด 7,500 บาทหรือไม่

ถอนเงินสด 250 ล้าน แตกแบงก์ย่อยช่วงหาเสียง พิรุธ "ซื้อเสียง" สูงสุด 7,500 บาทหรือไม่
TNN ช่อง16
30 มกราคม 2569 ( 10:36 )
16

เรื่องการถอนเงินหลักร้อยล้าน แถมแตกแบงค์ย่อย เป็นการเปิดเผยจาก วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระหว่างงานสัมมนา ที่จัดขึ้นโดยเครือมติชน เมื่อวันที่ 28 มกราคม

เขาตั้งคำถามถึงการเบิกเงินสดผิดปกติจากธนาคารพาณิชย์ ที่ส่งรายงานเข้ามาที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงกว่า 10 วันก่อนหน้านั้น

10 วันก่อนหน้านั้น ที่ วิทัย รัตนากร ระบุ อยู่ในช่วงกลาง ๆ ของการหาเสียงเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

และไล่เลี่ยกับที่มีผลสำรวจจากคณะทำงาน Zero Corruption ที่พบว่า มีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแพร่หลาย ด้วยอัตราต่ำสุด 1 แบงค์แดง และสูงสุด 7,500 บาท แต่เฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเสียง

อันที่จริง การถอนเงินสดมหาศาลในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านายวิทัย พักหนึ่งแล้ว

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้ว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง พฤศจิกายน ปี 2568 มีการถอนเงินสดรวมถึง 160,816 ล้านบาท โดยเฉพาะในเดือนกันยายน ปี 2568 เงินสดถูกถอนถึง 127,010 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี 

ไทม์ไลน์ถอนเงินสด กับจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง เสมือนบ่งชี้ว่า เป็นการถอนเงินสด เพื่อเตรียมปฏิบัติการใช้เงินซื้อเสียงหรือไม่ นี่คือข้อความระหว่างบรรทัดของข้อสังเกตนี้ 

พิรุธถอนเงินสดมหาศาล จนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องออกมาพูดเอง แต่จนถึงตอนนี้ การจับคนซื้อเสียงของ กกต. ยังไม่คืบหน้าเลย

เรื่องนี้ แสวง บุญมี ชี้แจงว่า จับผู้ซื้อเสียงมาลงโทษไม่ได้ เพราะมีหลายปัจจัย การเมืองไทยซื้อเสียงซับซ้อน แต่เหตุผลสำคัญ คือ การพิจารณาคดีเลือกตั้ง โจทก์และจำเลยต้องมาสู้ในศาลแบบเผชิญหน้ากัน ทำให้คนที่จะมาเป็นพยาน หวาดกลัวฝ่ายการเมืองที่ถูกฟ้อง 

นี่เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองลำพองใจ กล้ากระทำการซื้อเสียง เพราะรู้ว่า โอกาสถูกดำเนินคดีมีน้อย

ทั้งนี้ กกต. ได้คุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงเรื่องนี้แล้ว และกำลังหาวิธีทำงานร่วมกันในระยะสั้น ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง