ภัยการเงิน ต้องรู้! เปิดรายละเอียด ล็อกวงเงิน "บัญชีเด็ก" สกัด "บัญชีม้า" ระบาด

ล็อกวงเงินโอนบัญชีเด็ก 3,000 บาทต่อวัน แบงก์ชาติสกัด “บัญชีม้า” พุ่ง 70%
“บัญชีม้า” กำลังเปลี่ยนเป้าหมาย จากบัญชีของผู้ใหญ่ไปสู่เด็กและเยาวชน หลังพบจำนวนบัญชีเงินฝากและ e-Money ของเยาวชนที่ถูกนำไปใช้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 70% ในเวลาเพียงหนึ่งปี
ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ จึงยกระดับมาตรการรับมือ ด้วยการกำหนดเพดานวงเงินโอนและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลสำหรับเยาวชนอายุ 10 ปี ถึงต่ำกว่า 18 ปี ตั้งแต่ 3,000-10,000 บาทต่อวัน หวังลดโอกาสที่บัญชีของเด็กจะถูกนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” โดยไม่รู้ตัว
บัญชีม้าเยาวชนพุ่ง 70% เสียหาย 185 ล้านบาท
ข้อมูลที่แบงก์ชาติพบสะท้อนว่า ปัญหาบัญชีม้าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่อีกต่อไป โดยในเดือนมีนาคม 2569 พบจำนวนบัญชีเงินฝากและ e-Money ของเยาวชนที่ถูกนำไปใช้กระทำความผิดถึง 5,741 บัญชี เพิ่มขึ้นจาก 3,371 บัญชีในเดือนมกราคม 2568 หรือเพิ่มขึ้น 70.3%
บัญชีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับคดีที่มีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 185 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ เด็กหรือเยาวชนบางรายอาจไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง แต่ถูกหลอกให้เปิดบัญชี หรือยินยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้โดยไม่รู้ถึงผลที่จะตามมา
อย่างไรก็ตาม การยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้เพื่อกระทำความผิดไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบัญชีจะไม่มีความผิด เพราะการเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
แบงก์ชาติล็อกวงเงินบัญชีเด็กตามช่วงอายุ
มาตรการใหม่ของแบงก์ชาติจะกำหนดวงเงินโอนและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลสำหรับเยาวชน โดยทำงานร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money เพื่อกำหนดวงเงินเริ่มต้นให้เหมาะสมกับอายุและรูปแบบการใช้งานของลูกค้า
กรอบวงเงินแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
อายุ 10 ปี ถึงไม่เกิน 12 ปี
บัญชี e-Money กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน โดยเยาวชนกลุ่มนี้ยังไม่สามารถสมัครใช้แอปพลิเคชันธนาคารได้
อายุ 12 ปี ถึงไม่เกิน 15 ปี
ทั้งบัญชีเงินฝากและ e-Money กำหนดวงเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
อายุ 15 ปี ถึงไม่เกิน 18 ปี
ทั้งบัญชีเงินฝากและ e-Money กำหนดวงเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน
ทั้งนี้ ไม่รวมธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การโอนเงินไปยังบัญชีของตนเองภายใน Mobile Application เดียวกัน
เป้าหมายของมาตรการไม่ได้ต้องการจำกัดการใช้เงินของเด็ก แต่เป็นการลดความเสี่ยงที่บัญชีของเยาวชนจะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางรับหรือโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
เริ่มปรับวงเงินจริงเมื่อไร?
ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนปรับวงเงิน และต้องจัดให้มีช่องทางสำหรับติดต่อขอปรับเพิ่มวงเงินในกรณีที่มีความจำเป็น ผ่าน Mobile Application คอลเซนเตอร์ หรือสาขา
สำหรับบัญชีเงินฝาก ธนาคารจะทยอยปรับวงเงินให้แล้วเสร็จภายใน เดือนกันยายน 2569 ส่วนบัญชี e-Money จะทยอยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน เดือนตุลาคม 2569
นั่นหมายความว่า ผู้ปกครองและเยาวชนควรตรวจสอบข้อมูลจากธนาคารหรือผู้ให้บริการที่ใช้งานอยู่ เพื่อทำความเข้าใจว่าบัญชีของตนจะได้รับผลกระทบอย่างไร
ผู้ใหญ่ถูกตรวจเข้ม มิจฉาชีพหันมาหาเด็ก
การเพิ่มขึ้นของบัญชีม้าเยาวชนส่วนหนึ่งสะท้อนว่า มิจฉาชีพกำลังปรับวิธีการ หลังจากภาคการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบัญชีของผู้ใหญ่
กลุ่มอาชญากรจึงหันมาล่อลวงเด็กและวัยรุ่นให้เปิดบัญชี หรือยอมให้ใช้บัญชีของตัวเองแทน โดยอาศัยช่องทางที่เด็กคุ้นเคย เช่น โซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มหางานพิเศษ
รูปแบบที่พบมีตั้งแต่การเสนอเงินค่าตอบแทนเพื่อเปิดบัญชี อ้างว่าเป็นงานออนไลน์รายได้ดี ขอใช้บัญชีเพื่อรับเงินชั่วคราว ไปจนถึงการบอกว่าเจ้าของบัญชีจะไม่ผิด เพราะไม่ได้เป็นคนหลอกลวงหรือโกงด้วยตัวเอง
แต่ในความเป็นจริง บัญชีดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นช่องทางรับเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลงทุน การหลอกซื้อขายสินค้า หรืออาชญากรรมรูปแบบอื่น
ปราบบัญชีม้าได้ แต่โจทย์กำลังเปลี่ยน
มาตรการปราบปรามบัญชีม้าที่เข้มข้นขึ้นช่วยลดความเสียหายจากการถูกหลอกให้โอนเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าความเสียหายลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาทในไตรมาสล่าสุด จากระดับสูงสุดที่เคยอยู่ราว 8,500 ล้านบาท
แต่เมื่อการตรวจสอบบัญชีของผู้ใหญ่เข้มข้นขึ้น มิจฉาชีพก็ปรับกลยุทธ์ไปหา “จุดอ่อนใหม่” นั่นคือเด็กและเยาวชน
โจทย์จึงไม่ได้อยู่แค่การปิดบัญชีม้า แต่ต้องป้องกันตั้งแต่ต้นทางไม่ให้เด็กถูกหลอกให้เปิดบัญชีหรือยกบัญชีให้ผู้อื่นใช้
บัญชีม้าไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่กระทบอนาคต
ปัญหาบัญชีม้าไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะกับเหยื่อที่ถูกหลอกให้โอนเงิน แต่ยังสร้างต้นทุนให้กับระบบเศรษฐกิจ ทั้งต้นทุนในการตรวจสอบและป้องกันอาชญากรรมของสถาบันการเงิน รวมถึงกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
สำหรับเด็กและเยาวชน ความเสี่ยงยิ่งมากกว่าเรื่องเงิน เพราะการเข้าไปเกี่ยวข้องกับบัญชีที่ถูกใช้ก่ออาชญากรรมอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย และอาจกระทบต่อการใช้บริการทางการเงินในอนาคต
โลกการเงินทำให้เด็กเข้าถึงบัญชีธนาคารและบริการดิจิทัลได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน มิจฉาชีพก็สามารถเข้าถึงเด็กได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์
ดังนั้น การสร้างความรู้ทางการเงินจึงต้องเดินควบคู่ไปกับมาตรการของภาครัฐและสถาบันการเงิน เด็กต้องรู้ว่า “บัญชีธนาคารไม่ใช่สิ่งที่ให้ใครยืมได้” แม้ข้อเสนอจะมาในรูปแบบเงินค่าตอบแทนหรืองานออนไลน์ที่ดูง่ายและได้เงินเร็ว
เพราะบัญชีเพียงหนึ่งบัญชี หากถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจเชื่อมโยงไปสู่ความเสียหายจำนวนมาก และกลายเป็นปัญหาที่ติดตัวเจ้าของบัญชีไปอีกนาน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
