รีเซต

ญี่ปุ่นเปิดตัวสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ก้าวถอยจากนโยบายสันติวิธี ?

ญี่ปุ่นเปิดตัวสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ก้าวถอยจากนโยบายสันติวิธี ?
TNN ช่อง16
31 กรกฎาคม 2569 ( 19:48 )
7

วันนี้รัฐบาลญี่ปุ่นมีการเปิดตัวสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้หลายชาติหวั่นว่า จะเป็นการก้าวถอยหลังออกจากนโยบายสันติวิธีที่ญี่ปุ่นยึดถือมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางการผลักด้นนโยบายด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลชุดปัจจุบัน


วันนี้เป็นวันที่รัฐบาลญี่ปุ่นทำการเปิดตัวสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติอย่างเป็นทางการ เป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านข่าวกรองของประเทศให้มีประสิทธิภาพและผลักดันกฎหมายต่อต้านการจารกรรม หวังรับมือภัยคุกคามจากภายนอกที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเลือกเปิดตัวสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติในวันนี้ คือวันที่ 31 เดือน 7 ทำให้ผู้สัดทัดกรณีบางส่วนนึกย้อนไปถึง "หน่วย 731" (Unit 731)  ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการลับของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ที่ทำการวิจัยและพัฒนาอาวุธชีวภาพ รวมถึงการทดลองกับมนุษย์ เพื่อขยายอำนาจทางทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยหน่วยดังกล่าวอยู่ที่ย่านผิงฟาง ใกล้เมืองฮาร์บิน ในดินแดนแมนจูเรีย ประเทศจีน ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นในเวลานั้น


"ศาสตราจารย์โจเซฟ มาโฮนีย์" นักวิชาการชาวอเมริกันแห่งมหาวิทยาลัยครูแห่งจีนตะวันออก ให้ความเห็นว่า การที่ญี่ปุ่นตั้งสำนักงานความมั่นคงหรือหน่วยงานข่าวกรองรวมศูนย์แห่งใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สะท้อนถึงความไม่ใส่ใจหรือเพิกเฉยต่อประวัติศาสตร์ รวมทั้งพฤติการณ์ดังกล่าวยังทำให้ญี่ปุ่นถูกมองว่า กำลังก้าวถอยหลังออกจากนโยบายสันติวิธีที่ยึดถือมานานหลังสงคราม

ในขณะที่ฝั่งรัฐบาลญี่ปุ่นชี้ว่า การปฏิรูปและรวมศูนย์ข่าวกรองเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงยุคใหม่และความเสี่ยงรอบตัวในปัจจุบัน


ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีการตรากฎหมายเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อก่อตั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบัญชาการด้านการข่าวโดยมีนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่นและรัฐมนตรีอีก 9 คน เป็นแกนนำ โดยหลังจากเปิดตัวหน่วยงานดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว ในวันนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ยังมีกำหนดเปิดประชุมนัดแรกเพื่อหารือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ข่าวกรองแห่งชาติฉบับแรกของประเทศด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง