“ซัปโปโร นาโกยา โอซาก้า และฟุกุโอกะ” ผ่านเกณฑ์เมืองหลวงสำรองของญี่ปุ่น เตรียมผ่านร่างกฎหมายใหม่

รัฐบาลญี่ปุ่นเผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการคัดเลือกพื้นที่ที่จะได้รับการกำหนดให้เป็น “เมืองหลวงสำรอง” (Secondary Capitals) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทดแทนกรุงโตเกียว หากเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่จนกรุงโตเกียวไม่สามารถทำหน้าที่ได้
ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ NHK พบว่า “ซัปโปโร นาโกยา โอซาก้า และฟุกุโอกะ” ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดฮอกไกโด ไอจิ โอซาก้า และฟุกุโอกะ ตามลำดับ มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่รัฐบาลเสนอทั้งหมด ซึ่งจังหวัดทั้ง 4 แห่งได้แสดงความตั้งใจที่จะยื่นขอให้รัฐบาลกลางกำหนดพื้นที่ของตนเป็นเมืองหลวงสำรองของประเทศ
ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนต่อร่างกฎหมายดังกล่าวตั้งแต่วันเดียวกัน และมีแผนจะสรุปและประกาศใช้ภายในช่วงปลายเดือนนี้
ภายใต้ร่างกฎหมายนี้ จังหวัดที่จะได้รับการพิจารณาจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มว่าจะไม่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติในช่วงเวลาเดียวกับกรุงโตเกียว ซึ่งพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใต้กรุงโตเกียวโดยตรง หรือจากการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ จะไม่อยู่ในข่ายที่สามารถสมัครได้
นอกจากนี้ จังหวัดที่มีสิทธิ์สมัครจะต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญดังต่อไปนี้
1.มีสำนักงานภูมิภาคของหน่วยงานรัฐบาลกลางอย่างน้อย 14 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่
2.มีเมืองที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นเมืองใหญ่ตามกฎหมาย (ordinance-designated city) ซึ่งมีประชากรคิดเป็นอย่างน้อย 1.2% ของประชากรญี่ปุ่นทั้งหมด
3.มีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็นอย่างน้อย 2.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของญี่ปุ่น
4.เมืองใหญ่ตามกฎหมายดังกล่าวต้อง ปรับโครงสร้างเป็นเขตพิเศษ (special ward) หรือทำข้อตกลงความร่วมมือกับรัฐบาลระดับจังหวัด
ปัจจุบันทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ ฮอกไกโด ไอจิ โอซาก้า และฟุกุโอกะ ผ่านเกณฑ์ 3 ข้อแรกแล้ว จึงสามารถยื่นสมัครได้เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขข้อที่ 4 แล้วเสร็จ
แนวคิดเรื่อง “เมืองหลวงสำรอง” มีเป้าหมายเพื่อสร้างเขตเศรษฐกิจที่มีศูนย์กลางหลายแห่งและกระจายอำนาจออกจากกรุงโตเกียว
รัฐบาลต้องการให้เมืองในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถรองรับ ภารกิจสำคัญของเมืองหลวงได้บางส่วน หากโตเกียวได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ เช่น แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง จนการทำงานของรัฐบาลและระบบเศรษฐกิจหยุดชะงัก
พื้นที่ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงสำรองคาดว่าจะต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น พัฒนาศักยภาพในการรองรับ ภารกิจและหน้าที่ทดแทนกรุงโตเกียว, จัดทำมาตรการลดหย่อนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน, ผ่อนคลายหรือยกเลิกกฎระเบียบบางประการ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
