รายได้ต่ำไม่รับเข้าประเทศ? "ญี่ปุ่น" ปรับเกณฑ์วีซ่าต่างชาติขอพำนักถาวร

ญี่ปุ่นเอาจริง! คุมเข้มต่างชาติ อยากอยู่ต้อง “รายได้ถึง–ภาษาต้องได้”
อยากอยู่ญี่ปุ่น อยากทำงานญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องมีรายได้มากพอ ล่าสุดทางการญี่ปุ่นเดินหน้าจัดระเบียบต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศ หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้น คือการปรับเกณฑ์รายได้ของต่างชาติที่อยากจะเข้ามาทำงาน หรือมาอยู่ในญี่ปุ่นแบบถาวร เรื่องนี้จะดีหรือเสี่ยงกับญี่ปุ่นกันแน่ หาคำตอบกัน
ญี่ปุ่นคุมเข้มต่างชาติ กฎใหม่เริ่มทยอยใช้
คนต่างชาติยังคงไปเที่ยวญี่ปุ่นได้เหมือนเดิม แต่สำหรับคนต่างชาติที่จะเข้ามาทำงาน บอกได้เลยว่า หลังจากนี้ไปอะไร ๆ หลายอย่างจะไม่เหมือนเดิม กฎระเบียบจะเข้มงวดขึ้นอย่างมาก เพราะนี่คือนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กำลังเดินหน้าผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับชาวต่างชาติครั้งใหญ่ และมาตรการบางส่วนได้เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วด้วย นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่า การจัดการกับคนที่เข้ามาอยู่แบบผิดกฎหมาย ไปจนถึงการปรับเกณฑ์คุณสมบัติของคนต่างชาติที่จะมาขอสิทธิพำนักถาวรในญี่ปุ่น
ข่าวนี้เราฟังแล้วอาจจะตกใจ หรือสงสัยว่าเพราะอะไร แต่สำหรับคนญี่ปุ่น นี่อาจจะเป็นสิ่งที่พวกเรารออยู่ กับการจัดระเบียบคนต่างชาติที่ทะลักเข้ามา ไม่ใช่แค่เข้ามาเที่ยว และมาอยู่ มาทำงานมากขึ้น
คนญี่ปุ่นกังวล ต่างชาติเพิ่มขึ้น
ผลสำรวจความคิดเห็นสะท้อนว่า ประชาชนญี่ปุ่นมีความกังวลเรื่องที่มีชาวต่างชาติในประเทศมากขึ้น
อ้างอิงจากล่าสุดที่มีผลสำรวจของมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่เผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 56.3% ในปี 2569 ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติในญี่ปุ่น ซึ่งตัวเลขนี้ปรับเพิ่มขึ้นมาจากระดับ 35.6% เมื่อปี 2567
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มคัดค้านการเข้าเมืองของคนต่างชาติเพิ่มขึ้นมาอย่างชัดเจน
เรื่องนี้ยังสอดคล้องกับผลสำรวจอีกชุดหนึ่งของทางหนังสือพิมพ์ Mainichi เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2568 หรือปลายปีที่แล้ว ซึ่งพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มากถึง 71% ออกมาหนุนแนวทางของทาคาอิจิ ในการเพิ่มความเข้มงวดต่อชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่น และมีเพียงแค่ 10% เท่านั้น ที่ระบุว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว
รัฐบาลเร่งตอบโจทย์คนในประเทศ
ผู้นำของญี่ปุ่นรู้ดีถึงกระแสที่เกิดขึ้น เลยต้องเร่งตอบโจทย์ความต้องการของคนในประเทศ ที่สำคัญ คืออย่าลืมว่าหากทำได้สำเร็จ ได้ถูกใจ ก็จะเป็นโอกาสซื้อใจ หรือเรียกคะแนนนิยมให้กับรัฐบาลของเธออีกด้วย
ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลายครั้ง เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับชาวต่างชาติของรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลของเธอนั้นตระหนักดีว่า ประชาชนบางส่วนรู้สึกกังวลหรือรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการที่ได้เห็นว่าชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น
ทาคาอิจิระบุว่า การปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยทำให้ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ อยู่ร่วมกันได้ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังได้ยกตัวอย่างผลการดำเนินมาตรการที่บังคับใช้ไปแล้ว เช่น ระบุว่า จำนวนวีซ่าประเภท Business Manager หรือวีซ่าสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ออกให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ลดลงถึง 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังมีตัวเลขการส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศที่เพิ่มมากขึ้นถึง 15%
อยากอยู่ถาวร รายได้ต้องถึง แถมต้องรู้ภาษาญี่ปุ่น
ที่น่าสนใจอย่างมาก คือเรื่องของรายได้ เกณฑ์รายได้ของต่างชาติที่จะเข้ามาอยู่ในญี่ปุ่นได้ ต้องมีรายได้มากขึ้นกว่าเดิม สำหรับมาตรการใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คือการเพิ่มความเข้มงวดของหลักเกณฑ์สำหรับผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือ Permanent Residents
ล่าสุดทางการญี่ปุ่นได้กำหนดให้คนที่จะมีวีซ่านี้ได้ ต้องรักษาระดับรายได้ของตนเองให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ แต่แค่รายได้ยังไม่พอ แต่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างดี และรู้กฎระเบียบกฎหมายของญี่ปุ่นด้วย
โดยข่าวรายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างเตรียมข้อกำหนดเพิ่มเติมต่าง ๆ สำหรับคนที่จะมีวีซ่าอยู่ญี่ปุ่นแบบถาวร เช่น ต้องแสดงหลักฐานความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่น และต้องพิสูจน์ว่ามีความเข้าใจเรื่องกฎระเบียบและกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเองเป็นอย่างดี
ไม่ใช่แค่คนทำงาน นักท่องเที่ยวก็เจอค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ต้องย้ำด้วยว่าข่าวเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคนทำงาน คนมาอยู่ แต่รวมไปถึงคนที่จะมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วย เช่น จะไม่ง่ายเหมือนเก่า จะไม่ถูกเหมือนเดิม
เช่น ค่าวีซ่าญี่ปุ่น ปรับขึ้นแล้วตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 จากเดิมวีซ่าเข้าแบบครั้งเดียว 3,000 เยน เป็น 15,000 เยน เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ส่วนวีซ่าแบบหลายครั้ง ขึ้นจาก 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน
ส่วนในปี 2571 ญี่ปุ่นเตรียมใช้ระบบ JESTA คัดกรองนักเดินทางจากประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าก่อนเดินทาง ซึ่งรวมถึงคนไทย และรัฐบาลมีแผนเก็บค่าธรรมเนียม แต่ยังไม่ได้ประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ
พูดง่าย ๆ คือ ญี่ปุ่นกำลังจัดระบบตั้งแต่คนที่จะเข้าเที่ยว ไปจนถึงคนที่จะเข้าไปทำงานและอยู่ระยะยาว
ญี่ปุ่นยังขาดแรงงาน แต่ต้องคัดคนให้เข้มขึ้น
ฟังถึงตรงนี้แล้ว ต้องบอกทุกคนให้เข้าใจด้วยว่า ญี่ปุ่นไม่ได้ต่อต้านคนต่างชาติ เพราะยังต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ และยังต้องการแรงงานต่างชาติด้วยกัน ดังนั้นเรื่องจึงท้าทายอย่างมาก ทำอย่างไรให้ทุกอย่างสมดุล
เพราะถ้ามองแค่เรื่องวีซ่า อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้ว ข่าวนี้เกี่ยวกับเศรษฐกิจญี่ปุ่นโดยตรง ญี่ปุ่นกำลังเจอปัญหา “คนทำงานไม่พอ” เมื่อปีที่ผ่านมา ในช่วงสิ้นปี 2025 ญี่ปุ่นมีชาวต่างชาติพำนักอยู่กว่า 4.12 ล้านคน และมีแรงงานต่างชาตินิวไฮพุ่งไปถึง 2.57 ล้านคน ทำสถิติสูงสุดใหม่ ด้านบริษัทที่จ้างแรงงานต่างชาติ เกินครึ่งระบุว่าเหตุผลสำคัญที่ต้องจ้าง เพราะหาแรงงานในประเทศไม่ได้จริง ๆ เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน
ดังนั้น หากจะพูดง่าย ๆ คือ บริษัทญี่ปุ่นกำลังต้องการคนต่างชาติอย่างมาก แต่รัฐบาลก็ต้องการจะคัดคนให้เข้มงวดขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
