ธปท.คุมเข้มเงินสดทุกมิติ สกัด"ฟอกเงิน"

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด ระหว่างวันที่ 5 ส.ค. – 3 ก.ย. 2569 เพื่อยกระดับการกำกับดูแลให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น และครอบคลุมธุรกรรมเงินสดในทุกมิติ
สาระสำคัญของการปรับปรุงครั้งนี้ คือการขยายขอบเขต ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด จากเดิมที่ครอบคลุมเพียงการเบิกถอนเงินสด ให้รวมถึงการรับฝากเงินสด การแลกธนบัตรเงินบาท การรับเงินสดเพื่อออกเช็คและดราฟต์ ตลอดจนการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ โดยกำหนดให้หลักเกณฑ์ใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
ธปท. ระบุว่า การยกระดับมาตรการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน พร้อมทั้งเพิ่มการคุ้มครองผู้ใช้บริการ และเสริมความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินโดยรวม
สำหรับแนวทางปฏิบัติ สถาบันการเงินจะต้องจัดให้มีการแสดงตนหรือยืนยันตัวตนของลูกค้า หรือผู้รับมอบอำนาจ ทุกครั้ง ที่มีการทำธุรกรรมเงินสด รวมถึงต้องวิเคราะห์พฤติกรรมและกำหนดระดับความเสี่ยงของลูกค้าให้สอดคล้องกับลักษณะการทำธุรกรรม
ขณะเดียวกัน ยังต้องกำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับทั้งระดับความเสี่ยงของลูกค้าและธุรกรรม พร้อมส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ช่องทางการทำธุรกรรมที่ปลอดภัยและตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ง่ายกว่าการใช้เงินสด
รวมถึงการยกระดับการเฝ้าระวังธุรกรรมมูลค่าสูง โดยกำหนดให้ธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือเทียบเท่าภายใน 1 วัน ต้องถูกตรวจสอบข้อมูลลูกค้าและพฤติกรรมอย่างละเอียด เพื่อประเมินความสอดคล้องและความจำเป็นของธุรกรรมดังกล่าว หากพบความผิดปกติ หรือมีข้อสงสัย สถาบันการเงินต้องจัดให้ธุรกรรมนั้นเป็นความเสี่ยงสูง และดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก ทันที และหากไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เพียงพอ จะต้องปฏิเสธการทำธุรกรรมดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังต้องมีระบบติดตาม เฝ้าระวัง และตรวจจับพฤติกรรมธุรกรรมเงินสดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทบทวนและปรับปรุงแนวทางบริหารความเสี่ยงให้ทันต่อสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
