รีเซต

วิกฤตคลื่น "เลิกจ้าง" ระรอกใหม่พุ่งรับปี 2026

วิกฤตคลื่น "เลิกจ้าง" ระรอกใหม่พุ่งรับปี 2026
TNN ช่อง16
2 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:55 )
8

สำนักข่าว เอพี รายงานว่า การประกาศเลิกจ้างพนักงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว มาจนถึงปีนี้ กำลังทำให้แรงงานในสหรัฐฯ รู้สึกถึงความไม่มั่นคง และมีความกังวลมากขึ้น ต่อตลาดแรงงาน นักเศรษฐศาสตร์ ให้มุมมอง บอกว่า ภาคธุรกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่กำลังอยู่ในภาวะ no-hire, no-fire  คือ ไม่รับเพิ่ม และก็ไม่ปลดออก ส่งผลให้หลายบริษัทจำกัดการจ้างงานใหม่ หรือชะลอการเปิดรับตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ภาพรวมการจ้างงานชะงักงัน เห็นได้จากตัวเลขเดือนล่าสุด มีการจ้างงานในสหรัฐอเมริกา เพียง 50,000 ตำแหน่ง ลดลงจากตัวเลขที่ปรับปรุงแล้วของเดือนพฤศจิกายน ที่ 56,000 ตำแหน่ง 

นอกจากการหยุดจ้างงานแล้ว กลับพบว่า บริษัทที่ประกาศปลดพนักงาน มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม โดยนายจ้างส่วนใหญ่จะอ้างถึงภาระต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ทั้งจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้านความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 ขณะเดียวกัน ก็พบว่าหลายบริษัทมีการปรับลดกำลังคนเพื่อโยกงบประมาณไปลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ 

นอกจากภาคเอกชนแล้ว ในช่วงปีที่ผ่านมา พนักงาน(เจ้าหน้าที่) ของรัฐบาลกลางหลายพันคนก็สูญเสียงานจากการปรับลดกำลังคนภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ทำให้ต้องหางานใหม่ และด้วยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านั้น ยิ่งกดดันความเชื่อมั่นของแรงงานต่อโอกาสในการหางานที่มั่นคง

ในมุมมองที่สอดคล้องกัน ดิ อีโคโนมิค ไทมส์ (The Economic Times) รายงานว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ช่วงปี 2025-2026 อยู่ภายใต้แรงกดดันที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากมีแรงงานมากกว่า 1 ล้าน 1 แสน 7 หมื่นคน ถูกเลิกจ้าง ถือเป็นระดับการปรับลดตำแหน่งรายปี ที่สูงที่สุดในรอบกว่า 5 ปี 

จากข้อมูลการประกาศของบริษัทต่าง ๆ และหน่วยงานติดตามตลาดแรงงานอิสระ พบว่าการเลิกจ้างได้ลุกลาม และครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี โลจิสติกส์ ค้าปลีก โทรคมนาคม ธนาคาร และการผลิต

เกิดจากหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน เริ่มตั้งแต่การปรับฐานแรงงานหลังโควิด 19 และพัฒนาไปสู่ การรีเซ็ตโครงสร้างองค์กรในวงกว้าง

การจ้างงานเกินความจำเป็น ในช่วงปี 2020–2022 ทำให้หลายบริษัทต้องปรับขนาดกำลังคนให้สอดคล้องกับอุปสงค์ระยะยาว ส่วนการลงทุนใน เอไอ เพื่อแทนที่งานซ้ำซ้อน และเร่งนวัตกรรม ทำให้ตำแหน่งงานบางประเภท โดยเฉพาะงานบริการองค์กร สนับสนุนลูกค้า และผู้จัดการระดับกลาง กลายเป็นส่วนเกิน ที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป 

ขณะเดียวกัน ปัจจัยความไม่แน่นอน บวกกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องปรับลดค่าใช้จ่าย และโครงสร้างทำองค์กรให้เรียบง่ายขึ้น 

พาไปดูตัวอย่างรายชื่อ บริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร โดย ประกาศปลดพนักงานจำนวนมาก ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศจากสำนักงานใหญ่ ไปจนถึงสายการผลิต เช่น

Amazon (แอมะซอน) ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ ได้ปรับลดตำแหน่งงานพนักงานองค์กรจำนวนประมาณ 16,000 ตำแหน่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการประกาศรอบนี้ ห่างกันเพียง 3 เดือนจากการประกาศเลิกจ้างครั้งก่อนหน้า จำนวน 14,000 คน โดยระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดความซับซ้อน แต่ขณะเดียวกัน แอมะซอน ยังคงเพิ่มการลงทุนด้าน เอไอ ต่อเนื่อง

ส่วน UPS (ยูพีเอส) เผยว่า มีแผนลดตำแหน่งงานฝ่ายปฏิบัติการณ์สูงสุดจำนวน 30,000 ตำแหน่งภายในปีนี้ เพิ่มเติมจากปีที่แล้ว ที่ลดพนักงานไปจำนวนรวม 48,000 แหน่ง ยูพีเอส ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งพัสดุและโลจิสติกส์ระดับโลก อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจและลดการพึ่งพาปริมาณพัสดุจาก แอมะซอน โดยจะเปิดโครงการสมัครใจลาออก และจะไม่รับคนใหม่เข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างลง

Meta Platforms (เมตา แพลตฟอร์ม) ก็เพิ่งประกาศลดพนักงานในทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เมตาเวิร์สและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง หรือ Reality Labs ประมาณร้อยละ 10 เพื่อควบคุมต้นทุน และปรับทิศทางธุรกิจ

Tyson Foods (ไทสัน ฟูดส์) บริษัทผลิตและแปรรูปเนื้อสัตว์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อปลายปีที่แล้วว่าจะปิดโรงงาน 1 แห่ง ในเมืองเล็กซิงตัน รัฐเนแบรสกา ซึ่งมีพนักงานราว 3,200 คน คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรในเมืองดังกล่าว โดยการเลิกจ้างจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม เป็นต้นไป ก่อนหน้านั้น เดือนพฤศจิกายน ยังได้ประกาศตัดลดกะการผลิตลง 1 กะ ที่โรงงานเมือง อามาริลโล รัฐเท็กซัส ส่งผลให้มีการเลิกจ้างเพิ่มอีก 1,700 ตำแหน่ง 

ส่วน HP  ประกาศไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ว่าจะเลิกจ้างพนักงานระหว่าง 4,000 ถึง 6,000 คน ภายใต้แผนปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการนำ AI มาใช้ในการทำงาน โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณ 2028

Nike เป็นอีกรายที่อยู่ระหว่างการผ่าตัดองค์กร โดยมีการทยอยปลดพนักงานมาต่อเนื่อง และล่าสุดปีนี้ เตรียมปลดพนักงานอีกเกือบ 800 ตำแหน่งที่ศูนย์กระจายสินค้าในรัฐ เทนเนสซีและมิสซิสซิปปี เนื่องจากได้นำระบบการทำงานอัตโนมัติเข้ามาทดแทน 

ด้าน Citigroup มีรายงานว่า เตรียมจะปรับลดพนักงานจำนวน 1,000 ตำแหน่งในหลายหน่วยงาน ตามแผนระยะยาวที่ประกาศไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนพนักงาน 20,000 คนภายในสิ้นปี 2026 นี้ 

และ Dow Inc. บริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก สัญชาติสหรัฐฯ เตรียมเลิกจ้างพนักงานประมาณ 4,500 คน ภายใต้แผนการปรับโครงสร้าง และการนำ เอไอ รวมถึงระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้แทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง