"Apple" แซง "Nvidia" มูลค่าบริษัทเบอร์ 1 ของโลก

Apple (แอปเปิล) กลับขึ้นครองตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก แซงหน้า Nvidia (เอ็นวิเดีย) หลังทิศทางการลงทุนในกระแสปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เริ่มเปลี่ยนแปลง โดยนักลงทุนหันไปมองบริษัทที่สามารถสร้างรายได้จาก AI ได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ผลิตชิปเท่านั้น
ราคาหุ้นแอปเปิลทรงตัวในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 155 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดของเอ็นวิเดียลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.86 ล้านล้านดอลลาร์ หลังราคาหุ้นร่วงลงร้อยละ 3.5
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้แอปเปิลกลับขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว ขณะที่เอ็นวิเดียครองตำแหน่งผู้นำต่อเนื่องมาเกือบหนึ่งปี จากความต้องการชิปประมวลผลสำหรับศูนย์ข้อมูลและระบบ Generative AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ที่ผ่านมา แอปเปิลถูกมองว่าเคลื่อนไหวช้ากว่าคู่แข่งในสมรภูมิ AI เนื่องจากไม่ได้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของตัวเอง แต่บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากนักลงทุนมองว่าแอปเปิลมีความได้เปรียบจากฐานผู้ใช้จำนวนมาก ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทั้งไอโฟน ไอแพด และแมค รวมถึงธุรกิจบริการที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง
แอปเปิลยังมีโอกาสสร้างรายได้จาก AI ผ่านการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนอุปกรณ์รุ่นใหม่ ตลอดจนการเพิ่มบริการที่เชื่อมโยงกับผู้ช่วยอัจฉริยะ โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวการปรับปรุงระบบ Siri ครั้งใหญ่ หลังล่าช้ามาระยะหนึ่ง เพื่อเร่งลดช่องว่างกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และธุรกิจสตาร์ตอัปด้าน AI
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในไอโฟนหลายร้อยล้านเครื่องทั่วโลก อาจกลายเป็นขุมทรัพย์สำคัญของแอปเปิล เพราะจะช่วยให้ Siri สามารถตอบคำถามและให้บริการที่ตรงกับผู้ใช้แต่ละคนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือแอปเปิลต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้โดยไม่กระทบต่อนโยบายความเป็นส่วนตัว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของบริษัท
ความสำเร็จครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฝ่ายบริหาร โดยทิม คุก เตรียมส่งต่อตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้แก่จอห์น เทอร์นัส ผู้บริหารที่มีประสบการณ์ด้านฮาร์ดแวร์ในเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม การแซงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของแอปเปิลอาจยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร เพราะเอ็นวิเดียยังคงเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก และชิปประมวลผลของบริษัทกำลังเป็นหัวใจสำคัญของระบบ AI จำนวนมาก
ขณะเดียวกัน กระแสลงทุนด้าน AI เริ่มกระจายไปยังผู้ผลิตชิปหน่วยความจำมากขึ้น โดยไมครอนมีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม ส่วนเอสเค ไฮนิกซ์ของเกาหลีใต้ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดแนสแด็กเมื่อต้นเดือนนี้
แต่การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มชิปเริ่มเผชิญแรงกดดัน หลังนักลงทุนตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของกระแสลงทุน AI ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย ร่วงลงเกือบร้อยละ 19 จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
การกลับขึ้นครองบัลลังก์ของแอปเปิลจึงสะท้อนว่า การแข่งขันในยุค AI กำลังเคลื่อนจากคำถามว่าใครผลิตชิปได้มากที่สุด ไปสู่คำถามว่าใครสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยี AI ให้กลายเป็นรายได้จากผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืนมากกว่ากัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
