รีเซต

สมรภูมิ AI จีนส่ง "Kimi K3" ท้าชน OpenAI

สมรภูมิ AI จีนส่ง "Kimi K3" ท้าชน OpenAI
TNN ช่อง16
21 กรกฎาคม 2569 ( 13:18 )
14

สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากจีน ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในระดับโลก นอกจาก DeepSeek แล้ว ล่าสุดยังมีชื่อของ Moonshot AI  ที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากในเวลานี้ และถูกมองว่าอาจยิ่งเร่งการแข่งขันด้าน AI ระหว่างจีน และสหรัฐฯ ให้ดุเดือดยิ่งขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Moonshot AI เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ เรียกว่า Kimi K3 ซึ่งเป็นโมเดลแบบ Open weight ที่เปิดให้นักพัฒนานำไปปรับแต่งและต่อยอดได้ โดยบริษัทฯ ระบุว่ามีประสิทธิภาพเข้าใกล้ AI ชั้นนำของสหรัฐฯ แม้โดยรวมยังเป็นรอง โมเดลเรือธงของ OpenAI และ Anthropic แต่ก็สามารถทำผลงานได้เหนือกว่า AI หลายรุ่นของทั้งสองบริษัทในบางการทดสอบ ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้ สะท้อนว่า AI ของจีนกำลังไล่จี้เทคโนโลยี AI ชั้นนำของสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว

หลังเปิดตัว Kimi K3 ได้รับความนิยมเกิดคาดหมาย จนบริษัทฯ ต้องระงับการรับสมาชิกใหม่เป็นการชั่วคราว เรื่องนี้ บิซิเนส อินไซเดอร์ รายงานว่า Moonshot AI  ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่า ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง ความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นจนเกือบแตะขีดจำกัดของกำลังประมวลผลที่มีอยู่ บริษัทฯ จึงตัดสินใจระงับการเปิดรับสมาชิกใหม่ เพื่อจัดสรร ทรัพยากรให้กับผู้ใช้งานปัจจุบันก่อน พร้อมยืนยันว่าสมาชิกเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบ และกำลังเร่งขยายกำลังประมวลผล เพื่อทยอยกลับมาเปิดรับสมาชิกใหม่เป็นรอบ ๆ ไป

ขณะที่ บลูมเบิร์ก รายงานว่า การเปิดตัว Kimi K3 ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงตลาดหุ้น โดยหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท AI จากจีน อาจกดดันให้ผู้นำตลาดของสหรัฐฯ เช่น Anthropic ต้องลดการลงทุนด้าน AI ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการชิปจากผู้ผลิตรายใหญ่ ทั้ง Nvidia, SK Hynix และ Samsung Electronics ลดลงด้วย ส่งผลให้ราคาหุ้นของทั้ง 3 บริษัทปรับตัวลดลง 

สำหรับ Moonshot AI ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นปี 2023 โดย Yang Zhilin อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) และยังเคยทำงานที่ Meta Platforms และ Google ของ Alphabet มาก่อน

และก่อนที่ DeepSeek จะโด่งดังขึ้นมา หยาง เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลต้นแบบของวงการ AI จีน อีกด้วย เมื่อเขาก่อตั้งบริษัทของตัวเองเพื่อแข่งขันกับ OpenAI ก็ได้รับเงินลงทุนจากกองทุน Venture Capital อย่างรวดเร็ว จนมูลค่ากิจการพุ่งแตะ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Kimi กลายเป็นหนึ่งในบริการ AI ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจีน 

นอกจากนี้ ตามรายงานของ บลูมเบิร์ก เมื่อเดือนมิถุนายน ระบุว่า Moonshot กำลังพยายามระดมทุนรอบใหม่สูงสุด 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จะทำให้มูลค่ากิจการแตะระดับ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะกลายเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรม AI ของจีน

ปัจจุบัน บริษัทฯ กำลังทยอยยกเลิกโครงสร้างการถือหุ้นในต่างประเทศ เพื่อปูทางสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หลังจากรัฐบาลจีนเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการนำบริษัทไปจดทะเบียนในต่างประเทศ

มีรายงานข่าวด้วยว่า Moonshot ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba และ Tencent 

สำหรับมุมมองต่อการเปิดตัว Kimi K3 มีความเห็นที่หลากหลาย 

นักวิเคราะห์จาก แบงก์ ออฟ อเมริกา ระบุว่า แม้จีนจะยังเผชิญข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์และกำลังประมวลผล แต่ Kimi K3 แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาโมเดลต่อเนื่อง ควบคู่กับการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ดี ก็สามารถยกระดับประสิทธิภาพของ AI ของจีนได้อย่างก้าวกระโดด

ซีเอ็นบีซี ระบุว่า การเปิดตัวของโมเดล AI ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันเพื่อชิงความเป็นผู้นำด้าน AI ระหว่างจีนและสหรัฐฯ กำลังร้อนแรงขึ้น ปัจจุบัน โมเดล AI จากจีนเริ่มได้รับความนิยมจากบริษัทในโลกตะวันตกมากขึ้น เนื่องจากมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับคู่แข่งจากสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็มีต้นทุนการใช้งานต่ำกว่าโมเดลขั้นสูงของบริษัทอเมริกัน

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการเพื่อจำกัดการนำโมเดล AI จากจีนมาใช้งานโดยบริษัทสัญชาติอเมริกัน

ด้าน Patrick Moorhead ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหัวหน้านักวิเคราะห์ของ Moor Insights & Strategy มองว่า ปฏิกิริยาของตลาด ต่อ Kimi K3 เป็นการตอบสนองที่เกินจริงจนน่าตกใจ และคล้ายกับความตื่นตกระหนกที่เกิดขึ้นตอน DeepSeek เปิดตัว

โดยมองว่า สาเหตุที่ตลาดตอบรับอย่างรุนแรงนั้น ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นทางการเมือง ท่ามกลางการถกเถียงกันอย่างหนักในสหรัฐฯ ว่าควรใช้โมเดลโอเพ่นซอร์สจากจีนหรือไม่ และบริษัทอเมริกันควรเปิดให้จีนใช้โมเดลของตัวเองหรือไม่ แต่ก็ดูเหมือนจะย้อนแย้ง เพราะจีนเอง ก็ทำได้ดีอยู่แล้วด้วยโมเดลของตัวเอง 

อย่างไรก็ดี นักพัฒนาพร้อมเปลี่ยนโมเดล หากมีตัวที่ดีกว่า โดย Lu Zhang ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการของ Fusion Fund กล่าวว่า แม้โมเดลอย่าง Kimi K3 จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ผู้ใช้งานหลักยังคงเป็นนักพัฒนาในระบบนิเวศของสตาร์ตอัป มากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ และนักพัฒนาพร้อมจะเปลี่ยนไปใช้โมเดลใหม่ทันที หากพบว่าโมเดลนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่า หรือมีต้นทุนการใช้งานต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม โมเดล AI ไม่ใช่เทคโนโลยีที่นำมาใช้งานได้ทันที เพราะยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับแต่ละงาน

ขณะที่ Simon Koser ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของสตาร์ตอัป AI Tzafon กล่าวว่า Kimi K3 เป็นโมเดลที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะด้านการเขียนโค้ด และอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักพัฒนาในห้องปฏิบัติการ AI

เขาระบุว่า ต้นทุนกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขัน ทำให้ OpenAI และ Anthropic อาจเริ่มเผชิญแรงกดดันจากโมเดลที่มีราคาถูกกว่า อย่างไรก็ตาม โมเดล AI แต่ละตัวต่างมีจุดแข็งแตกต่างกัน ไม่มีโมเดลใดเก่งที่สุดในทุกด้าน และผลการใช้งานจริงอาจแตกต่างจากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ

ดังนั้น แม้จะดูเหมือนผู้ใช้งานจำนวนมากกำลังเปลี่ยนไปใช้โมเดลใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ ผลกระทบต่อตลาดอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง