รู้ก่อน! "ทรัมป์มีเดีย" ขายข่าวไว เก็บเดือนละ 3.2 ล้าน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัท ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยี กรุ๊ป เจ้าของแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล กำลังหารือเรื่องการเรียกเก็บค่าบริการจากบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์และสถาบันการเงินในวอลล์สตรีท สูงถึงเดือนละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการเข้าถึงโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รวดเร็วกว่าผู้ใช้งานทั่วไป
แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทยังเสนอแพ็กเกจราคาพิเศษเดือนละ 60,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.9 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาใช้บริการเป็นเวลา 3 ปี
บริการใหม่นี้มีชื่อว่า ทรูธ เอพีไอ เป็นระบบส่งข้อมูลแบบเสียค่าบริการ ซึ่งจะรวบรวมโพสต์จาก 10 บัญชีที่มีอิทธิพลสูงสุดบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล และส่งตรงถึงธนาคาร บริษัทลงทุน และผู้ประกอบการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยความเร็วสูงสุด
บริษัทมีแผนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม พร้อมให้ข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง และมีคลังโพสต์ย้อนหลังไปถึงปี 2022 โดยระบุว่าได้ลูกค้ากลุ่มแรกแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเข้าสู่ธุรกิจขายข้อมูลเป็นครั้งแรกของทรัมป์ มีเดีย และอาจกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ หลังธุรกิจสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทเผชิญการแข่งขันอย่างหนักจากแพลตฟอร์มรายใหญ่
เหตุผลที่โพสต์ของทรัมป์มีมูลค่าสูง เนื่องจากข้อความของเขาสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดหุ้น ค่าเงิน และราคาสินทรัพย์ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที
ตัวอย่างสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2025 ซึ่งดัชนีหุ้นหลักของวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังทรัมป์โพสต์ว่าจะระงับการใช้มาตรการภาษีชุดใหม่กับหลายประเทศเป็นเวลา 90 วัน
สำหรับบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ความถี่สูง ความได้เปรียบด้านเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาที อาจสร้างกำไรจากคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ได้หลายแสนดอลลาร์ จึงทำให้การเข้าถึงโพสต์ก่อนผู้อื่นมีมูลค่าในเชิงธุรกิจอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรคเดโมแครตและองค์กรตรวจสอบจริยธรรม โดยมองว่าอาจเปิดช่องให้ครอบครัวทรัมป์ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะเดียวกันยังช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีทได้เปรียบนักลงทุนทั่วไป
กองทรัสต์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ถือหุ้นในทรัมป์ มีเดีย ประมาณ 114.75 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 41 ของหุ้นทั้งหมด โดยบุตรของทรัมป์เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินในกองทรัสต์ ขณะที่ทรัมป์ยังคงเป็นผู้รับผลประโยชน์จากรายได้ที่ไหลเข้าสู่กองทุนดังกล่าว
ผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมระบุว่า รูปแบบการจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงโพสต์ของประธานาธิบดีได้เร็วกว่าคนทั่วไป มีความไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง แต่ยังยากที่จะชี้ชัดว่าผิดกฎหมายหรือไม่
ส่วนกฎหมายที่ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลสำคัญที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาจนำมาใช้ได้ยากเช่นกัน หากข้อมูลดังกล่าวถูกส่งให้ลูกค้าหลายร้อยหรือหลายพันรายในเวลาใกล้เคียงกัน
ด้านผลประกอบการ หุ้นของทรัมป์ มีเดีย ปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 27 นับตั้งแต่ต้นปี ก่อนปิดตลาดที่ 9.66 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 87,000 ล้านบาท
บริการทรูธ เอพีไอ จึงไม่เพียงเป็นความพยายามสร้างรายได้ใหม่ให้บริษัท แต่ยังจุดกระแสถกเถียงว่า โพสต์ของประธานาธิบดีซึ่งมีผลต่อตลาดการเงิน ควรถูกนำมาขายเป็นข้อมูลพิเศษให้กลุ่มนักลงทุนที่มีกำลังจ่ายหรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
