รีเซต

"6 รูปแบบพ่อแม่" ที่เสี่ยง "สร้างบาดแผลในใจเด็ก" เช็กด่วน!เรากำลังทำร้ายลูกไม่รู้ตัวหรือเปล่า?

"6 รูปแบบพ่อแม่" ที่เสี่ยง "สร้างบาดแผลในใจเด็ก" เช็กด่วน!เรากำลังทำร้ายลูกไม่รู้ตัวหรือเปล่า?
TNN ช่อง16
12 พฤษภาคม 2569 ( 01:53 )

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า


6 รูปแบบพ่อแม่ที่เสี่ยงทำให้ลูกป่วยจิตเวช เช็คด่วนก่อนสาย!


ก่อนฟังเรื่องนี้ หมออยากให้พ่อแม่ทุกคนวาง “ความรู้สึกผิด” ลงก่อนครับ

เพราะนี่ไม่ใช่การบอก หรือตำหนิว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แย่ แต่เป็นการชวนมองว่า*บางวิธีเลี้ยงลูก* ที่เราเคยคิดว่า “หวังดี” อาจค่อยๆกลายเป็นแผลในใจเด็กโดยไม่รู้ตัว 


ในมุมสุขภาพจิต สิ่งที่ทำร้ายเด็กไม่ได้มีแค่การตีหรือทำร้ายร่างกาย แต่รวมถึงการทำร้ายทางอารมณ์ การละเลย และประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางใจ ความสัมพันธ์ และชีวิตตอนโตได้


 และนี่คือ 6 รูปแบบพ่อแม่ที่ควรรีบเช็ค ก่อนที่ความรักจะถูกลูกจำเป็นความกลัว


1. พ่อแม่ที่ใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือ เช่น ขู่ ตะคอก ดุด่าแรงๆจนลูกยอมเชื่อฟัง ระยะสั้นลูกอาจนิ่ง แต่ระยะยาวใจลูกอาจเรียนรู้ว่า ความรักมาพร้อมความน่ากลัว


2. พ่อแม่ที่รักแบบมีเงื่อนไข เช่น “ถ้าเก่ง พ่อแม่ถึงจะภูมิใจ” เด็กอาจโตมาพร้อมความรู้สึกว่า ตัวตนของเราไม่พอให้ถูกรัก และกลัวล้มเหลวตลอดเวลา


3. พ่อแม่ที่เปรียบเทียบลูกตลอดเวลา การเปรียบเทียบอาจดูเหมือนกระตุ้น แต่สำหรับเด็กหลายคน มันเหมือนการบอกซ้ำๆว่า “เราแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม”


4. พ่อแม่ที่ควบคุมทุกอย่างจนลูกไม่มีตัวตน เลือกแทน คิดแทน ตัดสินใจแทน จนลูกไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองชอบอะไร หรือต้องการอะไร


5. พ่อแม่ที่ละเลยทางอารมณ์ แม้มีข้าวให้กิน มีเงินให้ใช้ แต่ไม่เคยถามว่า “วันนี้ใจเราเป็นยังไงบ้าง” เด็กอาจโตมาเป็นคนพูดความรู้สึกไม่เป็น


6. พ่อแม่ที่ใช้ลูกเป็นที่ระบายอารมณ์ เครียดจากงาน ทะเลาะกับคู่ชีวิต แล้วมาลงที่ลูก เด็กแบบนี้มักต้องโตเร็วเกินวัย เก่งเรื่องเอาใจคนอื่น แต่ไม่เก่งเรื่องดูแลใจตัวเอง


 แต่ข่าวดีคือ บาดแผลจากการเลี้ยงดูไม่ได้เกิดจากพ่อแม่พลาดครั้งเดียว และการเยียวยาก็เริ่มจากการเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อยได้ครับ 


ลองนึกถึงเด็กคนหนึ่งที่ทำแก้วแตก เขายืนตัวสั่นเพราะคิดว่าจะถูกดุ แต่พ่อแม่กลับพูดว่า

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเก็บด้วยกัน คราวหน้าระวังมากขึ้นนะ”

ประโยคสั้นๆแบบนี้ อาจสอนเด็กทั้งชีวิตว่า การทำผิดไม่ได้แปลว่าเราหมดคุณค่า และคนที่รักเราสามารถสอนเราได้โดยไม่ต้องทำให้เรากลัว 


สุดท้าย คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “เราเคยเป็นพ่อแม่แบบไหน” แต่คือ “จากวันนี้ เราอยากให้ลูกจำบ้านหลังนี้แบบไหน?

บ้านที่ต้องระวังตัว หรือ บ้านที่เขาผิดพลาดได้ ร้องไห้ได้ กลับมาได้ และยังถูกรักอยู่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง