ท่อดัง..พังกระเป๋า! สรุปกฎหมายท่อไอเสีย รถยนต์-มอเตอร์ไซค์ ดังแค่ไหนถึงไม่โดนจับ?
เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้อง อาจเป็นความเร้าใจของคนรักความเร็ว แต่บนท้องถนนหลวง มันคือ "มลพิษทางเสียง" ที่มีกฎหมายควบคุมอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าคุณจะขับรถเก๋ง รถกระบะ หรือขี่ Big Bike หากท่อไอเสียของคุณส่งเสียงดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สิ่งที่คุณจะเจอไม่ใช่แค่สายตาจิกกัดจากชาวบ้าน แต่เป็นใบสั่งและโทษปรับที่ทำเอากระเป๋าแฟบได้
วันนี้เรามากางตำรากฎหมาย เช็กกันให้ชัวร์ว่า "ขอบเขตความดัง" อยู่ที่ตรงไหน และถ้าโดนจับ จะโดนข้อหาอะไรบ้าง?
1. ตัวเลขศักดิ์สิทธิ์: "ห้ามเกิน 95 เดซิเบล"
ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ กฎหมายไทย (อ้างอิงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก และ พ.ร.บ. รถยนต์) กำหนดเกณฑ์มาตรฐานความดังของเสียงท่อไอเสียไว้ที่ตัวเลขเดียวกัน คือ "ต้องไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ" (วัดด้วยเครื่องวัดระดับเสียงตามมาตรฐาน)
- วิธีวัดของตำรวจ/ขนส่ง: เจ้าหน้าที่จะจ่อไมโครโฟนวัดเสียงห่างจากปลายท่อ 0.5 เมตร ทำมุม 45 องศา และเร่งเครื่องยนต์ไปที่ประมาณ 3 ใน 4 ของรอบเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงสุด (หรือเร่งเครื่องประมาณครึ่งคันเร่งสำหรับรถทั่วไป)
- ถ้าเกิน 95: ถือว่าผิดกฎหมายทันที ไม่มีข้ออ้างว่าท่อแพงหรือท่อแบรนด์เนม
หมายเหตุ: สำหรับรถรุ่นใหม่ๆ ที่ผลิตตามมาตรฐาน Euro 4 ขึ้นไป เกณฑ์การวัดอาจมีความเข้มข้นขึ้น แต่ในทางปฏิบัติหน้าด่านตรวจ ตัวเลข 95 เดซิเบลยังคงเป็นเกณฑ์หลักที่ใช้ตัดสิน
2. เปลี่ยนท่อได้ไหม? ผิดกฎหมายหรือเปล่า?
คำถามยอดฮิตคือ "เปลี่ยนท่อแต่ง ผิดไหม?" คำตอบคือ "ไม่ผิด ถ้า..."
- ถ้ามีความดังไม่เกิน 95 เดซิเบล: ถือว่าผ่าน
- ถ้ามี มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม): ท่อแต่งที่ถูกกฎหมายควรมีตราประทับ มอก. บนตัวท่อ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์
- ทิศทางระบายไอเสีย: ต้องระบายออกทางท้ายรถ หรือทางขวา ห้ามระบายออกทางซ้าย (รบกวนคนเดินถนน) และห้ามพ่นควันดำใส่รถคันหลัง
สิ่งที่ผิดแน่ๆ คือ:
- ท่อโล่ง/ท่อสูตรเสียงดัง: ที่ไม่มีตัวเก็บเสียง (Silencer) หรือเอาไส้ท่อออก
- ท่อสร้างเองที่ไม่ได้มาตรฐาน: ตีท่อแป๊บสด เสียงดังลั่นทุ่ง
3. โทษและค่าปรับ (เตรียมเงินไว้เท่าไหร่?)
หากคุณถูกตั้งด่านตรวจวัดเสียงและพบว่าท่อดังเกินค่ามาตรฐาน คุณอาจโดนแจ้งข้อหาตามกฎหมายหลัก 2 ฉบับ ดังนี้:
โดนดอกที่ 1: ความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522
- มาตรา 5 (2): ระบุว่ารถที่จะนำมาใช้ต้องมีเครื่องอุปกรณ์ครบถ้วนและอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี (รวมถึงท่อไอเสียและเครื่องระงับเสียง)
- บทลงโทษ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท
- ข้อหานี้มักใช้เมื่อรถของคุณเสียงดัง หรือไม่มีเครื่องระงับเสียง
โดนดอกที่ 2: ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522
- มาตรา 6: ห้ามมิให้ผู้ใดนำรถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง หรืออาจเกิดอันตราย หรือทำให้เกิดเสียงอื้ออึง (เสียงดัง) มาใช้ในทางเดินรถ
- บทลงโทษ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 500 - 1,000 บาท
โดนดอกที่ 3 (แถม): ดัดแปลงสภาพรถ
- หากการเปลี่ยนท่อไอเสียนั้นทำให้สภาพรถเปลี่ยนไปจากเดิมมาก หรือไม่มีความมั่นคงแข็งแรง อาจโดนข้อหา "ดัดแปลงสภาพรถ" ตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. รถยนต์
- บทลงโทษ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
4. ฝันร้ายที่น่ากลัวกว่าค่าปรับ: คำสั่ง "ห้ามใช้รถ"
นอกจากเสียเงินค่าปรับแล้ว สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดคือการที่เจ้าพนักงานจราจร (ตำรวจ) หรือเจ้าหน้าที่ขนส่ง มีอำนาจตามกฎหมายในการติดสติกเกอร์ "ห้ามใช้ชั่วคราว" (ตัวหนังสือสีเหลือง-แดง) ที่หน้ารถของคุณ
เมื่อโดนติดสติกเกอร์นี้:
- คุณห้ามนำรถคันนั้นมาใช้บนถนนเด็ดขาด จนกว่าจะแก้ไข
- คุณต้องนำรถไปเปลี่ยนท่อให้ถูกต้อง (เงียบลง)
- นำรถไปให้เจ้าหน้าที่ขนส่งทางบก หรือสถานีตำรวจ ตรวจสภาพและวัดเสียงใหม่อีกครั้ง
- เมื่อผ่านแล้ว เจ้าหน้าที่จึงจะลอกสติกเกอร์ออกให้
คำเตือน: หากใครมือบอนไปแกะสติกเกอร์ "ห้ามใช้" ออกเอง มีความผิดทางอาญา ข้อหาทำลายเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน มีโทษปรับและจำคุกด้วยนะครับ!
สรุป: แต่งรถให้เท่ ไม่ต้องดัง ก็แรงได้
การแต่งรถเป็นความชอบส่วนบุคคล แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม เสียงท่อที่ดังเกิน 95 เดซิเบล นอกจากจะผิดกฎหมาย เสี่ยงเสียค่าปรับ 1,000 - 2,000 บาท และเสียเวลาไปแก้ใขใบสั่งแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนร่วมทางและชุมชน
คำแนะนำ:
- เลือกใช้ท่อแต่งที่มี มอก.
- หากจะโมดิฟายเครื่องยนต์ ควรจูนให้เสียงทุ้มแน่น แต่ไม่ลั่นแสบแก้วหู
- รักษาระดับเสียงให้อยู่ในเกณฑ์ 95 dB เสมอ เพื่อความสบายใจเวลาเจอด่านตรวจครับ
Photo Credit : AI Generated