รีเซต

เปิดเหตุผล ทำไม "EV จีน" ถึงทำให้คนเปลี่ยนรถใหม่ไวขึ้น? ตลาดรถท้าทายกว่าที่คิด!

เปิดเหตุผล ทำไม "EV จีน" ถึงทำให้คนเปลี่ยนรถใหม่ไวขึ้น? ตลาดรถท้าทายกว่าที่คิด!
TNN ช่อง16
18 กรกฎาคม 2569 ( 08:00 )
13

อนาคต คนจะเปลี่ยนรถไวเหมือนเปลี่ยนมือถือ? 


"รถยนต์ไฟฟ้าในจีนมีอายุเฉลี่ยเพียง 1.8 ปี" หลายคนเห็นแล้วอาจจะตกใจ จนเผลอคิดว่ารถ EV พังง่ายหรือใช้งานได้ไม่นาน


แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น?


ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงอายุการใช้งานของรถ แต่สะท้อนว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนกำลังเปลี่ยนเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รถรุ่นใหม่เปิดตัวแทบทุกเดือน เทคโนโลยีก้าวกระโดด และผู้บริโภคจำนวนมากยอมเปลี่ยนรถเร็วขึ้นเพื่อได้ฟีเจอร์ใหม่ เหมือนที่หลายคนเปลี่ยนสมาร์ตโฟนเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา


อายุเฉลี่ย 1.8 ปี ไม่ได้แปลว่ารถพังเร็ว


Bloomberg อ้างข้อมูลจาก 21st Century Business Herald ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) และ Hejun Consulting ระบุว่า รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีน ซึ่งรวมทั้งรถไฟฟ้า (BEV) รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) มีอายุเฉลี่ยเพียง 1.8 ปี


ในทางกลับกัน รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมีอายุเฉลี่ย 8.2 ปี ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า รถ EV มีอายุสั้น แต่ความหมายที่แท้จริงคือ อายุเฉลี่ยของรถที่วิ่งอยู่บนถนน ไม่ใช่อายุการใช้งานของตัวรถ


เหตุผลสำคัญคือ รถ EV รุ่นใหม่ถูกขายออกมาจำนวนมหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ค่าเฉลี่ยของอายุรถทั้งระบบลดลงอย่างรวดเร็ว


จีนเข้าสู่ยุครถไฟฟ้าเต็มตัว


ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2021 และขยายตัวต่อเนื่องจนกลายเป็นตลาดหลักของประเทศ


ในปี 2025 รถยนต์พลังงานใหม่ครองสัดส่วนมากกว่า 60% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน


ข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 ประเทศจีนมีรถยนต์พลังงานใหม่จดทะเบียนสะสม 43.97 ล้านคัน ขณะที่ปีเดียวกันมียอดขายกว่า 12.8 ล้านคัน หรือเกือบหนึ่งในสามของรถ EV ทั้งหมดที่วิ่งอยู่บนท้องถนน


เมื่อรถใหม่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก อายุเฉลี่ยของรถทั้งหมดจึงลดลงโดยธรรมชาติ


คนจีนเปลี่ยนรถเร็วขึ้น เพราะเทคโนโลยีวิ่งเร็วกว่าที่เคย


อีกเหตุผลสำคัญคือ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ข้อมูลจากแพลตฟอร์มยานยนต์จีน Dongchedi ระบุว่า 43% ของเจ้าของรถ EV ที่เปลี่ยนรถใหม่ ให้เหตุผลว่าต้องการอัปเกรดเทคโนโลยีและฟังก์ชันอัจฉริยะ


กลุ่มลูกค้าหลักของรถ EV ในจีนยังเป็นคนอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งคุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและพร้อมเปลี่ยนสินค้าเมื่อมีนวัตกรรมใหม่


รายงานยังพบว่า ผู้ใช้รถ EV มักเปลี่ยนรถทุก 3-5 ปี ขณะที่ผู้ใช้รถเครื่องยนต์สันดาปมักเปลี่ยนรถทุก 6-8 ปี


นั่นหมายความว่า วันนี้รถยนต์เริ่มถูกมองคล้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ต้องใช้ยาวนานเหมือนในอดีต


สงครามเทคโนโลยี ทำให้รถรุ่นใหม่น่าสนใจกว่าเดิม


การแข่งขันของผู้ผลิตรถยนต์จีนเปลี่ยนจากสงครามราคา ไปสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม


แทบทุกครั้งที่มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ผู้ผลิตมักเพิ่มความสามารถหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น


* วิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จ

* ชาร์จไฟเร็วขึ้น

* ชิปประมวลผลที่ทรงพลังกว่าเดิม

* ห้องโดยสารอัจฉริยะ

* ระบบช่วยขับและระบบขับขี่อัตโนมัติที่พัฒนาขึ้น


เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาเร็ว ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจึงตัดสินใจเปลี่ยนรถเพื่อให้ได้ฟังก์ชันใหม่ แทนที่จะรอจนรถคันเดิมหมดอายุการใช้งาน


รถมือสองราคาตก ก็ยิ่งเร่งให้คนเปลี่ยนรถ


อีกปัจจัยสำคัญคือ ราคาขายต่อของรถ EV


ข้อมูลจากสื่อจีนระบุว่า รถ EV ที่มีอายุประมาณ 3 ปี จะมีมูลค่าเหลือเพียง 43.35% ของราคารถใหม่ ซึ่งต่ำกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปอย่างชัดเจน


สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย ได้แก่


* เทคโนโลยีใหม่ออกเร็ว

* ผู้ซื้อกังวลเรื่องอายุแบตเตอรี่

* ระยะเวลารับประกันเริ่มลดลง

* สงครามราคาของผู้ผลิตที่ทำให้รถใหม่ถูกลง


เมื่อรถรุ่นใหม่มีทั้งราคาที่แข่งขันได้และเทคโนโลยีเหนือกว่า รถรุ่นเก่าจึงสูญเสียมูลค่าเร็ว ส่งผลให้เจ้าของหลายคนเลือกขายก่อนราคาจะลดลงมากกว่านี้


ตลาด EV โลกยังเติบโต แม้เข้าสู่ช่วงใหม่


ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีน Reuters อ้างข้อมูลของ Benchmark Mineral Intelligence (BMI) ระบุว่า เดือนมิถุนายน 2569 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV และ PHEV ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน แตะราว 2 ล้านคัน นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4


ส่วนยอดขายสะสมในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นประมาณ 2% สะท้อนว่าตลาด EV โลกกำลังเปลี่ยนจากช่วงเติบโตแบบก้าวกระโดด เข้าสู่ระยะเติบโตที่มั่นคงมากขึ้น

ไทยต้องเร่งจากฐานการผลิต สู่ฐานเทคโนโลยี


สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรม EV ผ่านมาตรการ EV 3.5 และสิทธิประโยชน์ของ BOI เพื่อดึงการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์ แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนสำคัญ


ปัจจุบันผู้ผลิตจากจีนหลายราย เช่น BYD และ Great Wall Motor ได้ตั้งฐานการผลิตในไทยแล้ว และยังมีผู้ผลิตรายอื่นทยอยเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง


จุดแข็งของไทยคือการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่มีซัพพลายเชนครบวงจร มีแรงงานฝีมือ และเป็นศูนย์กลางการส่งออกของอาเซียน


อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันแค่จำนวนรถที่ผลิตได้ แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการพัฒนาแบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ และงานวิจัยพัฒนา


หากไทยสามารถยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วน พัฒนาบุคลากร และดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมต้นน้ำได้มากขึ้น ก็มีโอกาสก้าวจากฐานการประกอบรถ ไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม EV ของภูมิภาค


บทสรุป


อายุเฉลี่ย 1.8 ปี ของรถ EV ในจีน ไม่ได้บอกว่ารถไฟฟ้าเสื่อมเร็วหรือใช้งานได้ไม่นาน แต่สะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ เทคโนโลยีเดินหน้าเร็ว ผู้ผลิตแข่งขันหนัก และผู้บริโภคพร้อมอัปเกรดรถเหมือนการเปลี่ยนสมาร์ตโฟน


สำหรับไทย นี่อาจเป็นโอกาสสำคัญ หากสามารถต่อยอดจากฐานการผลิตเดิมไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี ก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของเอเชียในอนาคต


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง