รีเซต

3 กลุ่มลุ้นรัฐคืนสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รถยนต์เก่า-กศน.-วิสาหกิจชุมชน

3 กลุ่มลุ้นรัฐคืนสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รถยนต์เก่า-กศน.-วิสาหกิจชุมชน
TNN ช่อง16
23 กรกฎาคม 2569 ( 15:23 )
3

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม 


ได้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์.และเงื่อนไขการรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยจะเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติในการประชุมวันที่ 27 กรกฎาคมนี้




ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนเข้ามาขอทบทวนสิทธิแล้วกว่า 3.4 ล้านราย จากผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 9.3 ล้านคน โดยการทบทวนสิทธิ์ครั้งนี้ กว่าร้อยละ 40 เป็นเรื่องรถยนต์ ซึ่งคณะกรรมการพร้อมผ่อนปรนเงื่อนไขให้ประชาที่มีรถเก่า รถสิ้นสภาพ การโอนลอย และการถูกสวมสิทธิซื้อรถยนต์ ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป 




นอกจากนี้ จากการตรวจสอบฐานทะเบียนรถย้อนหลังตั้งแต่ปี 2561 พบว่า มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมกว่า 2.5 ล้านราย จดทะเบียนรถยนต์ใหม่ หรือรถยนต์มือสองในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ถือบัตรกลุ่มนี้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจนสามารถครอบครองสินทรัพย์มูลค่าสูงได้ 




ส่วนกรณีประชาชนถูกตัดสิทธิ เนื่องจากมีบัญชีหลักทรัพย์ แต่เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่าหลายรายเปิดบัญชีไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือมีมูลค่าทรัพย์สินคงเหลือเพียงหลักร้อยบาท




คณะกรรมการจึงเห็นชอบให้ยกเว้นเกณฑ์การมีบัญชีหลักทรัพย์ สำหรับผู้ที่ไม่มีการซื้อขาย หรือมีมูลค่าทรัพย์สินในบัญชีต่ำมาก 




รวมทั้งการผ่อนปรนเกณฑ์ให้แก่ นักศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาทางเลือกเช่น ผู้เรียนในระบบ กศน. หรืออาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องทำงานหารายได้ควบคู่กับการเรียนด้วย

ส่วนนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า คณะกรรมการฯ มีมติยกเว้นและคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือชุมชนและไม่ได้มุ่งแสวงหากำไร โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากกลุ่มนี้ประมาณ 15,000 ราย


สำหรับภาพรวมรายชื่อผู้ลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท จำนวน 122,324 ราย ในนิติบุคคล 139,804 นิติบุคคล

 โดยบางรายมีสถานะในนิติบุคคลมากกว่า 1 แห่ง มีผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไปกว่า 10,000 คน และมีกรณีที่บุคคลรายเดียวมีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลมากถึง 126 แห่ง ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตรวจสอบในรายละเอียดและส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขยายผล หากพบข้อพิรุธหรือเข้าข่ายเป็นนอมินี


ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 แห่ง เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเตรียมประสานกรมการปกครองเพื่อวางหลักเกณฑ์และเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นข้อมูลหรือชี้แจงผ่านที่ว่าการอำเภอได้


ขณะที่กรณีบัญชีหลักทรัพย์ที่เปิดทิ้งไว้โดยไม่มีการซื้อขายหรือมีมูลค่าต่ำ ซึ่งอยู่ในความดูแลของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) และธนาคารแห่งประเทศไทย ทางกระทรวงการคลังพิจารณายยกเว้นไม่นำมารวมเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์เนื่องจากไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ดั้งเดิม


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มียอดผู้ยื่นอุทธรณ์ทั่วประเทศจำนวนประมาณ 3.4 ล้านราย ซึ่ง 40% พบปัญหาเรื่องรถยนต์ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังย้ำว่ามาตรการทั้งหมดมุ่งช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงโดยไม่ต้องลำบากเดินทางมาที่ส่วนกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง