ตลาดรถยนต์จีนส่อแววย่ำแย่สุดในรอบ 5 ปี

CNBC รายงานว่า ตลาดรถยนต์จีนมีแนวโน้มเผชิญปีที่ยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากความต้องการรถยนต์นั่งส่วนบุคคลลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับยอดขายที่ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2568
ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ร่วงลงร้อยละ 20.2 ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ พร้อมปรับลดการคาดการณ์ยอดขายทั้งปี 2569 มีแนวโน้มลดลงร้อยละ 14 เทียบกับคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่น่าจะทรงตัวใกล้เคียงปีที่แล้ว
สมาคมฯ คาดการณ์ว่า ปริมาณการส่งมอบรถยนต์ขั้นสุดท้ายจะอยู่ที่ 20.4 ล้านคัน นับถึงสิ้นปีนี้ ลดลงจากสถิติสูงสุด 23.7 ล้านคันในปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายรวมในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 8.7 ล้านคัน
ด้าน “เสี่ยว เฟิง” หัวหน้าฝ่ายวิจัยอุตสาหกรรมรถยนต์ในตลาดฮ่องกงและจีนของ “ซิติก CLSA” (Citic CLSA) มองว่า สถานการณ์อาจจะเลวร้ายกว่าที่สมาคมฯ คาดการณ์ไว้ โดยยอดขายรถยนต์รวมมีแนวโน้มจะลดลงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่สมาคมฯ ประเมินว่ายอดขายจะลดลงราวร้อยละ 14
แต่ “เฟิง” ยังคงมองในแง่บวกเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อาทิ รถยนต์และรถตู้ทั้งที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนและแบบไฮบริด ซึ่งยอดขาย NEV ในปีนี้อาจจะลดลงเพียงร้อยละ 5-6 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
เช่นเดียวกับ “ทู เล” ผู้ก่อตั้ง “ซิโน ออโต อินไซต์ส” (Sino Auto Insights) ที่ประเมินว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากต่อไป เนื่องจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากค่ายรถต่าง ๆ ที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางความต้องการซื้อที่ลดลง
ทั้งนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและมาตรการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ลดลง ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนประสบปัญหาจากความต้องการซื้อที่หายไป
“เฟิง” คาดการณ์ว่า ค่ายรถจากสหรัฐฯ อาจจะไม่สามารถอยู่รอดในตลาดรถยนต์จีนที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ ซึ่งจะมีค่ายรถเหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่ราย อาทิ แบรนด์จีนอย่าง BYD, จีลี่ (Geely) และ “ลีปมอเตอร์” (Leapmotor) รวมถึง “โฟล์คสวาเกน” จากเยอรมนี และ “โตโยต้า” จากญี่ปุ่น ซึ่งต่างก็เผชิญยอดขายลดลง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
