รีเซต

กองทุนนอกสนหุ้นไทย ‘เซียนมี่’ชี้กลุ่มไอทีเด่น

กองทุนนอกสนหุ้นไทย ‘เซียนมี่’ชี้กลุ่มไอทีเด่น
ทันหุ้น
26 พฤษภาคม 2569 ( 07:45 )

#หุ้นไทย #ทันหุ้น - ตลท.ลั่นกองทุนต่างชาติระยะยาว สนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น หลังจากไปโรดโชว์ลอนดอน พร้อมเตรียมไปต่อฮ่องกงวันนี้ (26 พ.ค.)  เซียนมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์” เผยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นแรงเกินไป ไม่แนะไล่ราคา มองหุ้นกลุ่มไอทีน่าสนใจ เหตุเติบโตระยะยาว-ปันผลสูง ด้านก.ล.ต.แก้เกณฑ์ดัน IPOเข้าจดทะเบียนเร็วขึ้น

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า  นักลงทุนสถาบันต่างชาติให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น สะท้อนจากที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ ร่วมกับ บล. ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) และ CITIC Securities จัดงาน “CLSA ASEAN Access Day in London” ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2569  กองทุนต่างชาติ 20 กองทุน ส่วนใหญ่เป็นกองทุนยุโรปให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากกว่าปีก่อน   ซึ่งเป็นกองทุนที่เคยลงทุนในตลาดหุ้นไทย และกองทุนที่ไม่เคยลงทุนในตลาดหุ้นไทย 2-3 กองทุน  โดยกองทุนที่พบจะเป็นกองทุนระยะยาว ซึ่งเมื่อลงทุนแล้วถือยาว 8 ปี

@จุดเด่น  

ทั้งนี้คำถามส่วนใหญ่ที่ได้รับจะเป็นลักษณะทิศทางเศรษฐกิจไทยระยะยาวจะไปทิศทางไหน  ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ ชี้แจงไปว่า จากที่ประเทศไทย เพิ่งได้รัฐบาลใหม่ และมีนโยบายที่ดี ตอนนี้รอแค่ให้นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง  และจุดที่น่าสนใจของประเทศไทยคือ เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนจำนวนมาก ผ่านการขอส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวนมาก ปี 2568 อยู่ที่ 6 หมื่นล้านดอลลาร์  ซึ่งหากเม็ดเงินดังกล่าวมีการลงทุนจริงก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย  และตลาดหลักทรัพย์มีโครงการดึงบริษัทที่ได้ BOI เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ผ่านโครงการ BOI To IPO

ส่วนเรื่องธรรมาภิบาล จากที่มีการพบกองทุนต่างชาติมองว่าภาพรวมบริษัทในตลาดหุ้นไทยถือว่าดี เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่ามา มีเคสภาพลักษณ์ตลาดหุ้นไทยไม่ดีเพียง   2-3 บริษัทเท่านั้น  แต่ภาพรวมชอบตลาดหุ้นไทยไทย  ซึ่งจากที่  S&P 500 Year Book ที่มีการรีวิว CG บจ.ไทยได้รับประมินมี CG ที่ดี ถึง  48 บริษัท อันดับ 1 ในอาเซียน อันดับ 6 ของโลก

พร้อมเตรียมไปโรดโชว์ที่ฮ่องกงในวันนี้ ซึ่งจัดโดยทางบล. ยูบีเอส (ประเทศไทย)  ซึ่งจะมีบจ.ไทยได้รับเชิญไปร่วมงาน 9-10 บริษัท เพื่อไปให้ข้อมูลแก่นักลงทุนต่างชาติ

@หุ้นอิเล็กขึ้นแรงเกินไป

นายทิวา ชินธาดาพงศ์ หรือ เซียนมี่  นายกสมาคมนักลงทุน (ประเทศไทย) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า  ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมา อยู่เหนือระดับ 1,500 จุด มองว่าแรงขายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ได้หมดไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ตลาดจะแกว่งตัวตามปัจจัยจริงมากขึ้น โดยต้องลุ้นปัจจัยใหม่ๆ ที่จะมาเซอร์ไพรส์ตลาด

ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุนปัจจุบันหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นแรงจนเข้าสู่ "โซนเก็งกำไร" ซึ่งมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น  หากนักลงทุนเพิ่งเข้ามาซื้อในระดับราคานี้จำเป็นต้อง "เล่นเร็ว" เพราะคนที่ซื้อสะสมมาตั้งแต่ช่วงราคาต่ำมีกำไร พร้อมขายทำกำไรได้ตลอดเวลา

ในมุมมองแบบ VI มูลค่าหุ้นควรสะท้อนตามสมมติฐานของผลประกอบการ แต่ปัจจุบันราคาหุ้นวิ่งล่วงหน้า ไปไกล โดยที่งบยังไม่มา ยกตัวอย่างเช่น หุ้น HANA เห็นได้ชัดจากการที่งบเพิ่งประกาศงบออกมายังไม่ค่อยดี แต่ราคาหุ้น กลับดีดตัวขึ้นแรงมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาหุ้นกำลังวิ่งตามกระแสเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีหุ้นหลายตัว ที่ราคายังไม่ สะท้อนมูลค่าที่ควรจะเป็น

@เลือกหุ้น IT-ค้าปลีก

อย่างไรก็ดีไม่แนะนำให้ไล่ราคาหุ้นที่สูงแล้ว แต่ควรเลือกหุ้นที่ "ราคาอยู่โซนต่ำ" ที่ผลประกอบการมี ทิศทาง เติบโตต่อเนื่อง และมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกรวมถึงมีค่า P/E ต่ำ อีกทั้งควรเน้นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง โดยกลุ่มที่น่าจับตามอง คือ กลุ่มไอทีทั้งขายส่งและขายปลีก เนื่องจากงบการเงินดีทั้งกลุ่ม และคาดว่าจะดี ต่อเนื่องไป ตลอดทั้งปี เพราะจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น iPhone หรือสินค้าจาก Apple รุ่นใหม่ๆ ในการสร้างกระแสยอดขายได้เรื่อยๆ

อีกทั้งเทรนด์ AI ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ทุกคนจำเป็นต้องลงทุนในระบบ AI ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ แม้ ราคาชิป ที่แพงขึ้นอาจทำให้จำนวนหน่วยที่ขายได้ไม่หวือหวาเพราะผู้บริโภคบางส่วนชะลอการซื้อ แม้ราคาเครื่องสูงขึ้น 30% จำนวน ขายเครื่องยังคงเท่าเดิม แต่รายได้รวมจะเติบโตขึ้นตามราคาสินค้าทันที

@ แก้เกมไอพีโอเข้าตลาดเร็วขึ้น

 ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. รับทราบถึงประเด็นที่จำนวนหุ้น IPO ลดลงอย่างมาก ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ เพื่อ ปรับปรุงเกณฑ์การเข้าจดทะเบียน และ ปรับปรุงกระบวนการ IPO ให้สามารถเข้าตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่จะไม่มีการลดคุณภาพของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน โดยได้ตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลเรื่องประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งเรื่องกระบวนการ IPO และมาตรการกำกับดูแลต่างๆ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับผู้มีส่วนได้เสีย คาดว่าจะมีการสื่อสารรายความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมออกมาในช่วงกรกฎาคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง