รีเซต

ก.ล.ต.ปลดล็อกสายเทรดคริปโท ผุดคริปโทอีทีเอฟ-ฟิวเจอร์ส Q3

ก.ล.ต.ปลดล็อกสายเทรดคริปโท ผุดคริปโทอีทีเอฟ-ฟิวเจอร์ส Q3
ทันหุ้น
25 พฤษภาคม 2569 ( 11:26 )
8

#ทันหุ้น - ก.ล.ต.พร้อมสนับสนุนการออกโปรดักต์ใหม่ คริปโต อีทีเอฟ และ คริปโต ฟิวเจอร์ส คาดเห็นความชัดเจนไตรมาส 3 นี้ พร้อมจับมือตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับกระบวนการ IPO ให้เร็วและแข่งขันได้ หวังสรุปผลกรกฎาคมนี้ ด้านกองทุนออมระยะยาว T-SIA จ่อคิวสร้างสมดุลดีมานด์-ซัพพลาย มุ่งเป้าดึงเงินลงทุนระยะยาวเข้าสู่ระบบ

@คริปโตฟิวเจอร์สจ่อคิวเทรด Q3 นี้
ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ นักลงทุนจะได้เห็นความชัดเจนของผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล นั่นคือ คริปโต อีทีเอฟ (Crypto ETF) หรือ หน่วยลงทุนที่ซื้อขายในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโต และ "คริปโตฟิวเจอร์ส" (Crypto Futures) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เพื่อกำหนดคุณลักษณะผลิตภัณฑ์ (Spec) ที่ชัดเจน
การผลักดันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายช่องทางการลงทุนใน Asset Class ที่มีความหลากหลายโดย ก.ล.ต. มองว่าคริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้ และการมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะตอบโจทย์นักลงทุนในแง่การ บริหารจัดการความเสี่ยง (Hedging)
นอกจากนี้ ยังช่วยลดข้อจำกัดสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) หรือมีความกังวลด้านความปลอดภัยจากการถือครองสินทรัพย์โดยตรง เนื่องจากสามารถลงทุนผ่านรูปแบบหลักทรัพย์หรือ ETF คริปโตในอนาคตได้

@ ยกเครื่อง IPO เสริมแกร่ง บจ. ไทย
ในส่วนของตลาดหุ้น ศ.ดร.พรอนงค์ ยอมรับว่าจำนวนหุ้น IPO ที่ลดลงเป็นประเด็นที่ผู้ร่วมตลาดให้ความสำคัญ
ก.ล.ต. จึงได้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในการ ปรับปรุงเกณฑ์การเข้าจดทะเบียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กลยุทธ์หลักคือการ ปรับปรุงกระบวนการ (Process Efficiency) ให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพไว้เช่นเดิม
โดยความคืบหน้าของ คณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องประสิทธิภาพตลาดทุน ทั้งในส่วนของกระบวนการ IPO และมาตรการกำกับดูแลต่างๆ (Measure Base) คาดว่าจะเห็นความชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้

@ดัน TISA ดันดีมานด์
นอกจากการสนับสนุนฝั่งซัพพลายแล้ว ก.ล.ต. ยังมุ่งสร้าง "Quality Demand" ผ่านการออมระยะยาวตัวใหม่ หรือ TISA (Thailand Individual Savings Account) โดยเน้นการปรับระบบนิเวศ (Ecosystem) ให้การออมระยะยาวมีความยืดหยุ่นและต่อเนื่อง เพื่อจูงใจให้ผู้ที่ยังไม่เคยเข้าสู่ระบบการออมสามารถเข้าถึงการลงทุนผ่านมืออาชีพได้ง่ายและสะดวกขึ้น

สำหรับรายละเอียดเรื่องวงเงินหักลดหย่อนภาษีที่ไม่เกิน 800,000 บาทนั้น ท่านเลขาฯ ระบุว่าทิศทางของทุกภาคส่วนรวมถึงกระทรวงการคลังมีความเห็นตรงกันว่าต้องการส่งเสริมการออมระยะยาว ส่วนในรายละเอียดเชิงลึกยังอยู่ระหว่างการหาจุดที่เหมาะสมสำหรับประเทศ และขอให้รอความชัดเจนที่จะออกมาเร็วๆ นี้
ก.ล.ต. มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนทุกการเปลี่ยนแปลงให้เป็นโอกาส โดยการผลักดันทั้งในเชิงคุณภาพของฝั่งผู้สมัคร (Quality Supply) และฝั่งผู้ลงทุน (Quality Demand) ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสที่ยั่งยืนให้กับตลาดทุนไทย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง